[SF]If...I
posted on 05 Jul 2008 20:01 by junsumyprettyboy[SF] Title: If...I
Author: Haru
Couple:YooSu
Note: จริงๆแล้ว ฟิคเรื่อง If..I อยู่ในโปรเจกต์ Just U ของเราเองนะ แต่เพราะ Just U เป็นฟิคที่ครบคู่ แต่บอร์ดนี้เป็นบอร์ด AllSu ก็เลยเอามาลงแต่ If..I ซึ่งเป็น YooSu งับ ^^~
ฤดูหนาวมาเยือนแล้ว เกร็ดเล็กๆที่เรียกว่าหิมะโปรยปรายไปทั่วพื้นที่ละแวกนี้เหมือนจะบ่งบอกว่าตอนนี้ความหนาวยึดครองเมืองนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลมหนาวของวันใหม่พัดผ่านหน้าต่างบานเก่ากระทบกับผ้าม่านผืนบางพลิ้วไหวไปมา มือเล็กๆเกาะขอบหน้าต่างบานเก่านั้นไว้สายตาใสเพ่งมองไปเบื้องล่างค้นหาร่างบางร่างที่เขาเฝ้ามองมาตลอด และแล้วเมื่อมองเห็นรอยยิ้มแห่งความสุขก็เผยออกมาบนใบหน้าเล็กๆ
เขา คนๆนั้น คนที่มักจะมานั่งนึกถึงความหลังอยู่ที่น้ำพุตรงนั้น คนที่ผมคนนี้เฝ้ามองจากตรงนี้ มองเขาอยู่ในขณะที่เขาไม่รู้ มองอยู่ตรงนี้ ได้แต่มองอยู่ตรงนี้
"จุนซู ทำอะไรอยู่เหรอ" เสียงใสๆของคนคุ้นเคยดังขึ้นจากที่ใกล้ๆ แต่เล่นเอาคนถูกทักสะดุ้ง
"พี่แจเองเหรอครับ ตกใจหมดเลย" คนตัวเล็กเอามืออีกข้างจับหน้าอกบ่งบอกว่าตัวเองตกใจจริงๆ
"ขวัญอ่อนไปได้ แล้ววันนี้ไม่ไปทำงานเหรอ" พี่ชายคนสวยเอ่ยถาม
"ไปครับ กำลังจะออกไปพอดี"
"ง่วงนอนชะมัดเลย" คนสวยบ่นก่อนจะล้มตัวลงนอนที่โซฟา
"ไปเที่ยวกับพี่ยุนสนุกมั๊ยครับ" จุนซูถามพลางยิ้มเบาๆ
"ก็น่าจะสนุกอยู่หรอก ถ้าหมอนั้นไม่แยกเคี้ยวใส่ชั้น ชริ คิดแล้วเจ็บใจจริงๆเลย เห็นอะไรก็หึงไปซะหมดคนบ้าอะไรก็ไม่รู้" แจบ่นพลางสบถกับโซฟา
"ก็เพราะพี่ยุนรักพี่แจมากไม่ใช่เหรอครับที่หึงน่ะ" คนตัวเล็กว่าก่อนจะเดินออกไปจากห้องไป
ผมยอมรับว่าเหมือนคนบ้า เฝ้ามองเขาอยู่ตลอดเวลาทั้งที่ไม่รู้จักเขาเลย และเขาเองก็ไม่เคยรู้ว่าผมมองเขาอยู่ ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า แต่ความรู้สึกลึกๆของผมมันบอกว่าผมตกหลุมรักผู้ชายคนนี้ตั้งแต่แรกเห็น แต่ผมอาจจะหวังมากเกินไปก็เป็นได้ ความรักของผมไม่มีทางที่จะเข้าไปในใจของเขา เพราะรักครั้งเก่านั้นใครคนนั้นสร้างบาดแผลที่ลึกเกินกว่าที่จะรักษาในหายได้ในทันทีได้ แต่ผมก็หวังว่าจะทำให้หัวใจที่เย็นเยือกเหมือนน้ำแข็งของเขาละลายไป และพร้อมที่จะรักษามันให้หายดังเดิม แต่ตอนนี้คนๆนี้คงทำได้แค่มองอยู่ห่างๆเท่านั้น
คุณเชื่อในพรหมลิขิตหรือเปล่า?
ผมทำงานอยู่ที่ร้านหนังสือใกล้ๆที่นี้ และทุกเช้านั้นก่อนที่ผมจะไปถึงร้านหนังสือ ผมจะเดินอ้อมไปซื้อดอกไม้ในทางตรงกันข้ามเพื่อให้ได้มองหน้าเขาชัดๆก่อนจะออกไปทำงาน แปลกจังนะครับ ที่เราแอบมอง แอบชอบคนที่เขาไม่เคยเห็นเราในสายตา คนๆนึงมีอิทธิพลมากมายเหลือเกิน ผมจะหวังมากไปหรือเปล่านะ ถ้าผมจะรู้จักกับเขา
หน้าสีขาวขัดกับคิ้วเข้ม ตาคมๆทำให้คนนี้น่ามองขึ้น แต่ในแววตานั้นมันยังฉายความเศร้าอยู่ตลอดเวลา ปากอิ่มๆสีชมพูเข้ากับผิวสีขาวของใบหน้า จมูกเป็นสันคม แต่ผมเองไม่ได้หลงใหลหน้าตาภายนอกของเขา จิตใจต่างหากที่ผมอยากจะเข้าถึง
มือเล็กๆถือกุหลาบสีแดงสดด้วยใบหน้าร่าเริง ขายาวพาผ่านร่างสูงที่นั่งอยู่ขอบน้ำพุ ตาใสๆอดที่จะเหลือบมองไม่ได้แต่ถึงอย่างนั้นเขาคงไม่สังเกตเห็นหรอกว่ามีใครคนหนึ่งมองเขาอยู่ หน้าใสยิ้มน้อยๆก่อนจะก้าวเดินเร็วๆขึ้น เพราะภารกิจเช้านี้ของเขาสิ้นสุดลงแล้ว
"สวัสดีตอนเช้าครับ" เสียงเล็กเอ่ยบอกอย่างเคยขณะที่เปิดประตูร้านเข้ามา
"สวัสดีฮะพี่จุนซู" คนร่างสูงเอ่ยบอกขณะที่ขนหนังสือกองโตมาไว้ที่โต๊ะ
"สวัสดีชางมิน ..แล้วคยูฮยอนไปไหน?"
"ไม่รู้สิฮะ จะไปรู้เค้าเหรอ" คนถูกถามทำหน้าบึ้งใส่ทันใด จุนซูก็พอรู้ว่าทำไมคนตรงหน้าจึงเกิดปฏิกิริยาแบบนั้น
"หึ พวกนายเนี่ยน้าทะเลาะกับไม่เว้นวันเลย" จุนซูพูดไปขำไป
"ผมไม่ได้ชวนหมอนั้นทะเลาะนะ พี่จุนซู" บุคคลที่ถูกกล่าวถึงโผล่ออกมา
"งั้นนายก็หาว่าชั้นชวนทะเลาะน่ะสิ" ชางมินแยกเคี้ยวใส่
"เอ่อ..พี่ว่าหยุดทะเลาะเถอะครับ" คนตัวเล็กเอ่ยบอก
"เชอะ!" สองคนสะบัดหน้าหนีกัน
"ผมเองไม่อยากทะเลาะกับหมอนี่เท่าไหร่หรอกนะ" ชางมินเอ่ยบอก
"ผมก็เหมือนกัน" คยูฮยอนว่า แล้วทั้งสองก็หันมาทำหน้าจะกัดกันอีก
"นี่เหรอไม่อยากทะเลาะ" คนตัวเล็กว่าเบาๆและแอบถอนหายใจเล็กน้อย
ทำไงดีนะ ทำยังไงดีที่จะได้รู้จักกับเขา ได้พูดกับเขา ได้มองเขาจากที่ใกล้ๆไม่ต้องคอยหลบและไม่ต้องคอยแอบ แต่ถ้าเค้าไม่อยากเป็นเพื่อนกับเราล่ะจะทำไง ถ้าเขาปฏิเสธเราจะยอมรับได้งั้นเหรอ
"พี่จุนซูเดี๋ยวผมมาน่ะครับ" คยูฮยอนเอ่ยบอกก่อนจะเดินออกจากร้านไป
"อู้" ชางมินซึ่งนั่งที่เคาท์เตอร์ว่าเบาๆก่อนจะหยิบหนังสือมาอ่าน คนตัวเล็กส่ายหัวเบาๆกับการกระทำของรุ่นน้องอย่างชางมินแต่ก็อดอมยิ้มไม่ได้ ขายาวเดินเข้าไประหว่างชั้นหนังสือมหึมา มือเล็กๆดันหนังสือที่วางไม้ไว้เป็นระเบียบตั้งขึ้น ขณะเดียวกันเสียงเตือนหน้าร้านก็ดังขึ้นบ่งบอกว่ามีลูกค้าเข้ามา แต่จุนซูไม่ได้ห่วงเพราะยังไงก็มีชางมินอยู่หน้าร้านเขาคงบริการลูกค้าได้อยู่แล้ว
"ยินดีตอนรับครับ" เสียงสูงๆของชางมินเอ่ยตอนรับ "เออ หนังสือนั้นเหรอครับ เชิญด้านนู้นได้เลยครับ" ชางมินคงกำลังบอกที่อยู่ของหนังสือที่ลูกค้าต้องการอยู่แน่
มือเล็กเอื้อมหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาอ่าน มันยากเกินกว่าที่คนเกาหลีอย่างเขาจะอ่านออก เพราะในหนังสือเล่มนี้มันมีแต่ตัวหนังสือภาษาอังกฤษทั้งเล่ม จุนซูจึงทำหน้าแหงๆเวลาเปิดมันไปทีละหน้า มือเล็กปิดหนังสือเล่มหนานั้นลงก่อนจะเอื้อมไปเก็บที่ชั้นของมันแต่แล้วตาใสก็ต้องสะดุดกับอะไรบางอย่างอีกฝากนึงในด้านตรงกันข้ามกับเขา ช่องเล็กๆที่ใช้วางหนังสือเล่มนั้นมันเผยให้เห็นหน้าใครบางคน
ถ้าถึงวันนั้น วันที่พรหมลิขิตถามหาคุณ คุณจะ.....
มือเล็กละจากหนังสือเล่มนั้น เป็นเหตุให้มันตกลงมา
ตุบ!
และเขาคนนั้นก็หันมาตามเสียง ร่างเล็กจึงหันหลบไปด้านข้าง ปล่อยให้คนมองได้แต่แปลกใจ
เคยมั๊ยอะไรที่หวังไว้ จู่ๆก็เข้ามาหาเราโดนไม่บอกไม่กล่าว ทั้งความตื่นเต้นและดีใจปะปนกัน และอีกหนึ่งในนั้นคือความกลัว
ผมปล่อยเวลาให้ผ่านไป ผ่านไป ให้เค้านั้นคิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น อย่างน้อยมันคงจะดีถ้าได้อยู่กับเขาแบบนี้อีกนาน เขากำลังทำอะไรอยู่นะ เขาจะอ่านหนังสือแบบไหนกัน เขาจะทำหน้ายังไงนะ อยากจะมอง อยากจะเข้าไปคุย แต่ใจมันไม่กล้าเอาซะเลย ผมได้แต่ปล่อยเวลาให้มันผ่านไป จนรู้สึกว่าใจดวงนี้มันเริ่มกล้าแล้ว ขาของผมเลยกล้าที่จะยืนหยัด ผมเดินไปที่ชั้นตรงข้าม แต่แล้ว......คนๆนั้น เขาหายไปเหลือเพียงแค่ชาวต่างชาติคนหนึ่งที่กำลังเลือกหนังสือ ผมรีบวิ่งออกไปหน้าร้าน แต่ไม่เจอ ในร้านเองก็ไม่มี หรือเมื่อกี้ผมตาฟาดไป ไม่สิเมื่อกี้เป็นเค้าจริงๆ
"พี่จุนซูมีอะไรเหรอฮะ" หนุ่มน้อยซึ่งนั่งอยู่ที่เคาท์เตอร์เอ่ยถาม แปลกใจกับอาการลุกลนของพี่ชาย
"ชางมินเมื่อกี้เห็นผู้ชายคนหนึ่งมั๊ย" จุนซูถามปนหอบเล็กน้อย
"ผู้ชาย? คนไหนครับ?" ชางมินเอ่ยถามอย่างงๆ
"ตัวสูงๆ ผมสีดำระต้นคอ หน้าขาวๆ ปากชมพูๆ" คนตัวเล็กพยายามอธิบาย
"พี่พูดเหมือนกับตัวการ์ตูนเลยนะฮะ หึๆ" ชางมินว่าๆไปขำไป
"งั้นเหรอ ไม่เห็นเหรอ" จุนซูเอ่ยบอกอย่างหงอยๆ คงคิดมากไปเองล่ะเรา ว่าพลางหันหลังกลับ
"เอ จะว่าไป คนที่ผมดำระต้นคอก็มีนะครับ" เท่านั้นแหละที่ชางมินพูด ทำเอาจุนซูขวับมามอง
"อยู่ไหน ตอนนี้เค้าอยู่ไหน"
"ออกไปแล้วครับ เมื่อกี้เค้ามายืนตรงนี้แล้วถามว่า....เอ๊ะ! ดินสอของใครกัน?" ชายหนุ่มหยุดพูดพลางจ้องมองดินสอแท่งเล็กๆที่วางไว้บนโต๊ะ คนตัวเล็กจำมันได้ดีมันคุ้นเคยกับการเจอมันพร้อมกับเจ้าของของมัน
"เดี๋ยวชั้นมา" จุนซูบอกพลางวิ่งออกไปจากร้าน ปล่อยให้คนตัวสูงนั่งงง
ถ้าคนที่เราเห็นเป็นเค้าจริงๆ ไม่สิเป็นเค้าแน่ๆ หมายถึง โชคชะตาเปิดให้เราแล้วบางทีการที่เขาลืมดินสอไว้อาจเป็นเพราะให้เราได้เจอกัน
สาตาใสกวาดมองไปทั่วในที่ที่น่าจะมีร่างสูงยืนอยู่ เกร็ดสีขาวตกลงมามากขึ้นทุกที ความหนาวก็เพิ่มขึ้น แต่ผู้คนก็ยังไม่น้อยกว่าทุกวัน การหาใครบางคนท่ามกลางหิมะที่ตกลงมากและผู้คนมากๆมันลำบากจริงๆ แต่ในใจดวงเล็กๆดวงนี้ก็ยังภาวนาให้เจอคนที่ตามหา
ล้าไปหมดแล้ว เย็นมากแล้ว หิมะหนาตามากขึ้น ปากสีเชอร์รี่ซีดไปหมด และแล้วคนตัวเล็กก็ต้องทรุดนั่งที่ขอบน้ำพุใกล้ๆนั้น แทบจะร้องไห้ ฟ้าเปิดทางให้ขนาดนี้แต่เป็นเพราะเขาเองที่ไม่กล้าแม้แต่จะทักเขา แขนเล็กยันดันเองให้ลุกขึ้น ก่อนที่เขาจะทำใจเลิกตามหาและเดินกลับเส้นทางเดิมอย่างท้อใจ แต่แล้ว....
คำตอบของคำถามแรก....ผมเชื่อในพรหมลิขิต
"คุณครับ ของคุณตก" เสียงใครบางคนเอ่ยมาจากด้านหลัง
ใครคนหนึ่งที่มักจะนั่งที่น้ำพุแห่งนี้
"เอ๋?" ตาใสมองที่มือตัวเอง เจ้าดินสอแท่งเล็กมันหายไป
และทำให้ใครคนหนึ่งกระตือรือร้นตื่นขึ้นมามองลงไปเพื่อหาใครคนนั้น
"ของคุณใช่หรือเปล่า" เขาเอ่ยถาม
การที่ได้มอง มันได้แต่งแต้มรอยยิ้ม และความสุขให้คนๆนี้
"คุณ...." จุนซูหันกลับไปแล้วก็ต้องตกใจ
เขาล่ะ จะรู้หรือเปล่าว่ามีใครมองเขาอยู่ห่างๆ
"ของคุณมั๊ยครับ" เขาถามอีกครั้ง
วันนี้ โลกของทั้งสองหมุนมาเจอกัน
"ครับ ของผม" จุนซูเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความสุข สร้างความแปลกใจให้อีกฝ่าย
คำตอบของคำถามที่สอง....ผมจะเปิดรับมัน และเก็บรักษามันไว้
และตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ผมไม่เสียใจเลยที่วิ่งออกมาตามหาเขาในวันนั้น ถ้าหากตอนนั้นผมวิ่งหนี ผมอายเกินกว่าจะบอกว่าผมตามหาคุณเพื่อจะคืนดินสอเล่มนั้น มันก็คงไม่มีจุนซูคนที่โชคดีคนนี้
เขาชื่อ ปาร์คยูชอน ครับ เขาอายุมากกว่าผมปีนึง แต่เขาบอกให้ผมเรียกยูชอนเฉยๆไม่ต้องมีพี่ เท่าที่ผมสังเกตเขาเป็นคนที่ยิ้มน้อย อันที่จริงผมว่าเขายิ้มเก่งนะ แต่คงเพราะไม่อยากที่จะยิ้มออกมาซะมากกว่า เราสนิทกับเร็วกว่าที่คิด นี่ก็สองเดือนแล้วที่ผมเป็นเพื่อนกับเขา แต่ถึงตอนนี้ผมก็ยังมองเขาจากที่ไกลๆอยู่ดี และจนถึงวันนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าผมมองเขามาตลอดจากตรงนั้น
"จ๊ะเอ๋!?" คนตัวเล็กกระโดดมาจากด้านหลังร่างสูงแต่ก็ไม่ได้สร้างความตกใจหรือแปลกใจให้อีกฝ่ายเลย
"หึๆ ตื่นเช้าจังเลยนะ" ยูชอนเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ตาคมยังจับจ้องกับปลายดินสอที่บรรจงวาดบนกระดาษอยู่
"ยูชอนไม่ตกใจบ้างเลยเหรอ" จุนซูเอ่ยถามอย่างอยากรู้
"เปล่านี่ ปกตินายก็โผล่มาแบบนี้อยู่แล้ว" คนร่างสูงว่า
"แล้ววาดอะไรอยู่เหรอฮะ" ตาใสเพ่งมองไปยังรูปซึ่งร่างสูงให้ความสนใจเป็นพิเศษ แต่แขนแกร่งกลับบังซะหมด
"Yuki no hana ดอกไม้แห่งฤดูหนาว" ร่างสูงบอกก่อนจะปิดมันลง
"ดูหน่อยสิ" คนตัวเล็กเอ่ยขอ
"ยังไม่เสร็จเลย"
"น้าขอดูหน่อยสิ น้า น้า" หน้าใสทำหวานเพื่ออ้อน
"ยังไม่เสร็จเลย ถ้าเสร็จจะให้นายดูคนแรกเลย" ยูชอนเอ่ยบอก
"จริงๆนะ"
"อืม สัญญา"
แล้วผมจะจดจำสัญญานั้นของคุณไว้
ร้านกาแฟ
"จะดื่มอะไรดีวันนี้ หืมส์" ยูชอนเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า
"นายเลี้ยงใช่ป่ะ"
"เอาสิ"
"'งั้นเอานมเย็น"
"เหมือนเด็กๆเลยนายเนี่ย" คนตัวสูงว่าพลางอมยิ้ม "งั้นขอนมเย็นแก้วนึง กาแฟ และก็บราว์นี่กับเค้กสตอร์เบอร์รี่ครับ" หันไปบอกพนักงานที่ยืนอยู่ข้างๆ
"เค้กสตอร์เบอร์รี่เหรอ นายเนี่ยเหรอ" จุนซูทำหน้าแหยๆ
"ทำไมกัน ผู้ชายกินสตอร์เบอร์รี่แล้วดูตลกงั้นเหรอ"
"เปล่านี่ ก็แค่แปลกใจ" คนตัวเล็กว่า
ทำไมนะ เมื่อก่อนแค่หวังว่าได้รู้จัก ได้คุย แต่ตอนนี้มันหวังมากกว่านั้น เราเคยได้แค่มองคนๆนี้จากที่ไกลๆเท่านั้น แต่วันนี้เขาอยู่ตรงหน้าเรา และพูดคุยกับเรา สนิทกับเรา จะหวังได้หรือเปล่านะ
"หน้าชั้นติดอะไรเหรอ" คนร่างสูงเอ่ยถามพลางลูบหน้าตัวเอง
"เปล่าหรอก" ปฏิเสธก่อนจะหันไปมองโทรทัศน์ด้านข้าง
‘เนื่องจากมรสุมด้านตะวันออกจึงทำให้ฤดูหนาวปีนี้จะหนาวเพิ่มขึ้น และอาจจะมีฝนตกลงมาหลังจากหิมะ'
"เอ๋? หิมะตกแล้วต่อด้วยฝนเหรอ" คนตัวเล็กพูดเบาๆ
"แปลกจังเลย น่าตลกดี"
"ชั้นว่าปีนี้คงจะวุ่นวายน่าดู"
"ฝนตกงั้นเหรอ" ร่างสูงเอ่ยเบาๆ
ผมยังจำได้ดี วันนั้น วันที่เธอแต่งแต้มความเศร้าให้เขา วันที่ฝนตกลงมาพร้อมน้ำตาของลูกผู้ชาย
"มันจบแล้วยูชอน อย่ารั้งชั้นไว้เลย คุณก็รู้ว่าเราไม่มีทางได้รักกัน" เธอพร่ำบอกต่อหน้าเขา แต่สองมือของเขายังป้องหูเอาไว้เพ่อปฏิเสธการได้ยินถ้อยคำที่แสนจะปวดใจ
"อย่าไปเลยรีอิน ได้โปรด คุณก็รักผมและทำไมคุณต้องโกหก" เขายังพยายามรั้งเธอเองไว้ถึงแม้จะรู้ตัวว่าไม่มีทางแล้ว
"ใช่ยูชอน ฉันรักคุณ แต่นั้นมัน.....นั้นมันนานมาแล้ว"
"ได้โปรด" เขาคุกเข่าต่อหน้าเธอ อ้อนวอนให้เธออยู่ต่อ
"ชั้นต้องไปแล้วยูชอน เส้นทางต่อไปของคุณมันจะมีความสุข เชื่อชั้นสิ ใครสักคนที่รักคุณมันจะทำให้คุณมีความสุข" เธอบอกกับเขาก่อนจะก้าวเดินผ่านเขาไป ความเจ็บในตอนนั้นมันคงจะมากมายอย่างนับไม่ได้ น้ำตาหมดเล็กๆไหลผ่านแก้มขาวๆของเขาก่อนที่จะโดนเม็กฝนชะล้างไปทันควัน เหมือนกับว่าสายฝนไม่อยากให้มันไหลลงมา
"เดี๋ยวมานะ" ยูชอนบอกพลางเดินไปเข้าห้องน้ำ มือซนๆจึงหยิบภาพวาดออกมาดู สายใสเศร้าลงเมื่อมองกระดาษแผ่นนั้น มันไม่ได้เด็ดชัดแต่พอจะรู้ว่ามันเป็นรูปใคร หน้าสวยๆใบหน้ากำลังเหม่อมองไปนอกหน้าต่างบานสวยยิ้มรับกับแสงอาทิตย์ ในมือสวยนั้นถือดอกไม้ไว้แน่น
จะหวังอะไรอีกล่ะ ทั้งวันนั้นและวันนี้ ชั้นยังไม่เคยจะเข้าไปอยู่ในสายตาเค้าเลย มันจะประโยชน์อะไรถึงเราจะทำตัวเข้าไปอยู่ในสายตาเขา แต่เขากลับมองผ่านเราไป
ระหว่างทางเดินกลับบ้าน
"ยูชอน เป็นอะไรไปทำไมไม่พูดเลยล่ะ" จุนซูเอ่ยถามเมื่อสังเกตว่าสีหน้าของร่างสูงไม่ดีเลย
"เปล่าหรอก แค่พอนึกถึงฝนก็ไม่อยากให้มันตกลงมาเท่านั้นเอง"
แค่ฝนงั้นเหรอ ใช่เหรอ
"นี่ เมื่อวานชางมินถามคำถามชั้น ชั้นตอบไม่ถูกน่ะนายช่วยหน่อยได้มั๊ย"
"ว่ามาสิ" ยูชอนเอ่ยบอก
"ถ้านายยืนอยู่เกาะกลางถนน มีคนสองคนให้นายเลือกช่วย เขาทั้งสองยืนอยู่กลางถนนคนละฝ่าย ถ้านายเลือกคนหนึ่งอีกคนก็ต้องตาย คนหนึ่งเป็นคนที่นายรัก ส่วนอีกคนเป็นคนที่รักนาย นายจะเลือกใคร"
"....."
ผมไม่รู้ว่าในวินาทีนั้นเขาคิดอะไรอยู่ เขาจะรู้ความหมายของคำถามนั้นมั๊ยนะ ว่ามันหมายถึงผม
"คนที่เรารักน่ะ เรารักเขาหมดหัวใจ แต่คนที่เค้ารักเราเค้าจะไม่ทำให้เราร้องไห้หรือเสียใจ"
"ชั้นเลือกไม่ได้" ร่างสูงเอ่ยตอบอย่างเต็มคำ
"ทำไม?"
"ถ้าเป็นชั้น ชั้นเองนี่แหละจะเป็นฝ่ายไปจากทั้งสองคน"
"หมายความว่าจะไม่ช่วยใคร"
"จะเลือกเจ็บเองหรือจะเลือกรู้สึกผิดล่ะ"
".........."
ถึงเวลานั้น คนที่พี่เลือกจริงๆคือเขาต่างหาก เมื่อหัวใจของพี่ยังคิดถึงแต่เธอคนนั้น
เหตุผลที่ไม่รัก คือ ไม่รัก ไม่ว่าจะทำยังไง "เขาก็ไม่มีวันมอง" และ "ไม่รัก" ตลอดไป
น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่ไหลตกลงบนหมอนที่หนุนอยู่ ถ้าผมไม่หวังตั้งแต่วันนั้น วันนี้ผมอาจจะมีความสุขที่ได้แค่มองเขาจากที่ไกลๆก็เป็นได้ และเช้าวันนั้นผมก็ไม่ได้ลงไปพบเขาแต่เลือกที่จะมองเขาจากตรงหน้าต่างบานนี้ ในใจก็คิดว่ามาถึงขั้นนี้แล้วมันอึดอัดเกินกว่าที่จะไม่พูดไป บางที่การที่เราบอกความจริงกับเขามันอาจจะดีขึ้นก็ได้ ถึงแม้ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่เป็นอย่างหวัง
"ยูชอน" คนตัวเล็กเรียกชื่อร่างสูงเบาๆด้านหลังเขา มือหนารีบเก็บกระดาษและอุปการณ์วาดภาพ
"ทำไมวันนี้ไม่มาแบบตกใจอีกล่ะ"
"ก็รู้นี่ว่าทำยังไงนายก็ไม่ตกใจ"
"วันนี้มาแปลกแหะ"
"ไปกินกาแฟกันเหอะวันนี้ชั้นเลี้ยงเอง" จุนซูเอ่ยบอก
"เอางั้นเหรอ"
"แน่นอน ไปกัน" คนตัวเล็กเอ่ยบอกพลางยื่นมือให้ ยูชอนได้แต่ยิ้มก่อนจะลุกขึ้นเดิน มือเล็กจึงเก็บไว้แนบตัว
บรรยากาศวันนี้อืมครึมกว่าที่คิด ฝนตกลงมาแล้ว ชะล้างหิมะให้ละลายเป็นน้ำ ท้องฟ้ามืดครึ้มไม่สดใสเอาซะเลย
"เป็นอะไรไป" คนร่างสูงเอ่ยถาม
"เปล่า" บางทีนี่อาจจะเป็นสายฝนเพื่อชะล้างน้ำตาให้เราก็ได้ ถ้าผลลัพธ์ที่ได้มันตรงกันข้ามกับความหวัง
"นายไม่สบายเหรอ"
"ไปที่นั้นกับชั้นหน่อย" คนตัวเล็กเอ่ยบอกก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินไปจ่ายเงินก่อนจะมาจับมืออีกฝ่ายให้เดินตามมา
"จะพาชั้นไปไหน" ร่างสูงได้แต่ถามแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่คิดจะตอบ สายฝนที่ตกลงมาทำให้เสื้อผ้าของพวกเขาเปียกปอน รองเท้าสีขาวหยุดกึกตามขา
น้ำพุที่เดิม ขอบสระเดิมๆ บรรยากาศเดิมๆ และมันจะจบลงเหมือนเดิมหรือเปล่า ขาเล็กหย่อนลงคุกเข่า สร้างความแปลกใจให้คนร่างสูงอย่างมาก
"มีอะไรงั้นเหรอ?"
"นายจำวันนั้นได้มั๊ย วันที่นายกับชั้นเจอกันที่นี่ และวันที่นายขอร้องไม่ให้เธอจากไป และทุกๆวันที่ชั้นมองนายจากที่ไกลๆ ชั้นเฝ้ามองนายตลอดมา"
"........."
"ยูชอน ชั้นรักนาย"
"........"
"อย่าไปจากชั้นเลย ได้โปรด เพราะชั้นรักนายถึงนายจะรู้หรือไม่รู้ก็ตามแต่ ชั้น..."
"มันไม่เวิร์กหรอกจุนซู ลุกขึ้นมาเถอะ" เขาบอกก่อนจะเดินจากไปจากผม
มันจบลงแล้วจริงๆ คำพูดนั้นของเขา และทุกอย่างก็เป็นอย่างที่ผมกลัว สายฝนที่ตกลงมาวันนี้คือสายฝนที่ชะล้างน้ำตาให้กับผมนั้นเอง
วันนั้นผมถามตัวเองว่า มันจะดีหรือเปล่าถ้าบอกรักเขาไป และวันนี้ผมก็ไม่หาคำตอบให้คำถามนั้นอีก






ไม่เห็นมีทูบี
ม่ายยยยยยยยยยยน่ะ น้องจะเสียใจไม่ได้น่ะ
ปาร์คใจร้าย
#1 By (210.246.80.2) on 2008-07-05 20:44