[LF]I wish..2

posted on 19 Jun 2008 17:45 by junsumyprettyboy

[LF]Title: I wish...

Author: Haru

Pairing: Yunho x Junsu

 

 

 

I wish...Part 2

ดาดฟ้าสุดสูง มองลงไปเบื้องล่างช่างน่ากลัวเหลือเกิน ถ้าผมลอยอยู่บนอากาศจะรู้สึกยังไงนะ จะอ้างว้างเหมือนตอนนี้ หรือสบายนะ

"ถ้าอยู่ตรงนั้นเฉยๆแล้วมองลงไปคงสบายกว่าที่จะลงไปด้านล่างจากที่ตรงนั้นนะจุนซู" คำพูดแปลกๆดังมาจากที่ใกล้ๆ ผมหันไปมองตามเสียง

"นายมาอยู่ทำไมที่นี่" ผมเอ่ยถามเขา ปกติแล้วยูชอนไม่ค่อยสุงสิงกับใครสักเท่าไหร่ อาจเพราะว่าพวกเราเพิ่งรู้จักกัน เทียบกันแล้วเขาเป็นคำพูดน้อยและเงียบที่สุดในบ้าน แต่ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเขาต้องเก็บตัวกันนะ

"ชั้นอยู่ที่นี่ตั้งนานแล้ว ว่าแต่นายขึ้นมาทำไมที่นี่" เขาเอ่ยถามผมขณะที่สายตายังจับจ้องกับหนังสือที่เปิดอ่านอยู่

"ชั้นก็ขึ้นมาสุดอากาศหายใจน่ะ แล้วนายอ่านอะไรอยู่" ผมบอกก่อนจะเดินมาหาเขา แล้วนั่งลงใกล้ๆกับเขา

"เรื่อยเปื่อย  เอาล่ะ เล่าเรื่องของนายมาสิ"

"อะไร"

"ระบายสิ เล่าให้ชั้นฟัง"

"ทำไมต้องเล่าให้นายฟัง"

"จะเก็บไว้คนเดียวหรือไง บอกมาสิเกิดอะไรขึ้น" แค่โดนยูชอนบีบแค่นั้นทำเอาผมน้ำตาไหลแล้ว แขนแกร่งของเขาโอบผมจากด้านหลัง รู้สึกถึงไออุ่น ความห่วงใย ความไม่เดียวดาย ผมเผลอซบที่อกแกร่งก่อนจะค่อยๆเล่าทุกอย่างที่อัดอั้นในใจออกมา

.

.

.

ต้นฤดูใบไม้ผลิสองปีแล้ว

เรามีเวลาว่างจากการซ้อม ทุกคนก็จะแยกย้ายกันใช้เวลาว่างของตัวเอง ผมกับฮยองจึงตัดสินใจออกวิ่งจอกกิ้งที่สวนสาธารณะ ฮยองบอกว่าทุกครั้งที่เขามาที่นี่เขาเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปตอนยังเด็กๆเสมอ เมื่อเหนื่อย เราก็จะนั่งใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ สูดอากาศบริสุทธิ์ นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ทั้งในเวลานี้ หรือเมื่อก่อน ผมก็ยังคิดว่าผมยังเด็กอยู่เสมอ เป็นเด็กที่คอยเดินตามพี่ชายอยู่ เป็นเด็กที่ต้องฟังพี่ชายอยู่ และผมก็อยากเป็นเด็กอย่างนี้ตลอดไป ไม่รู้ทำไม....

"จุนซูรู้อะไรหรือเปล่า" พี่ยุนโฮเอ่ยถามผมเบาๆ

"อะไรเหรอฮะ" ผมหันหน้าไปหาเขา ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆผม ทุกครั้งที่ผมมองหน้าพี่ยุนโฮผมจะรู้สึกว่าผมอยู่ใกล้ๆพี่ชายแท้ๆของผม นั่นทำให้ผมอบอุ่นและรู้สึกว่าตัวเองยังมีที่พึ่ง ก็ผมเป็นเด็กนี่น่า(@^^@)

พี่ยุนโฮชี้ไปที่ต้นไม้ถัดจากนี้ไปไม่ไกล มันกำลังผลิดอกอวดความงาม

"ดอกไม้น่ะผลิบานแล้วก็ร่วงจริงมั๊ย" อย่างที่ฮยองบอก กลับดอกไม้เล็กๆกำลังพลิ้วไหวไปตามสายลมที่พัดผ่าน น่าสงสารดอกไม้พวกนั้นที่โดนรังแกจัง

"อ่าฮะ" ผมละสายตาจากที่นั่นแล้วหันมามองหน้าพี่ยุนต่อ

"แต่ความรักน่ะ จะติดอยู่ในใจของเราตลอดไปจวบจนวินาทีสุดท้ายของลมหายใจ"

ไม่รู้ทำไม ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ความว่า ‘รัก' ของพี่ยุนโฮที่เปล่งออกมาตอนนั้นมันช่างมีพลังมากเหลือเกิน มันทำให้เด็กอย่างผมอยากจะมีความรักกับเขาบ้าง แต่ก็นะ....อย่างผมเหรอจะมีความรักกับเขา เพื่อนๆเค้าพูดแบบนั้น และใครๆคงคิดเหมือนกันหมด

"แล้วถ้าหยุดหายใจแล้วรักไม่ได้เหรอ?"

"(^^;) ก็นะ พี่ไม่รู้สิไม่เคยหยุดหายใจ" หน้าพี่ยุนโฮดูแหยๆกับคำถามที่ผมถาม ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน (ก็น่าเหนื่อยอยู่หรอกนะจุนซู -____,-;)

"ผมคงไม่เข้าใจหรอกฮะ เรื่องความรักนะ"  ผมว่ายิ้มๆ

"ทำไมล่ะ จุนซูไม่อยากมีความรักเหรอ" คำถามของพี่ยุนโฮทำเอาผมหน้าหงอยเข้าไปอีก

"จุนซูกับความรัก แหะๆ คงฟังดูตลกน่าดูฮะ ใครๆก็พูดว่า ผมน่ะเหรอจะมีความรักกะเขา"

"ฮ่าๆๆๆ นั่นสิเนอะ" พี่ยุนว่าพลางโอบหลังผมไปด้วย

"ฮึ่ม พี่ก็ด้วยเหรอ" ผมพองแก้มทำท่าทางให้รู้ว่าผมกำลังงอน งอนมากๆด้วย

"ฮ่าๆ ล้อเล่นน่า อย่างจุนซูน่ะต้องมีความรักได้อยู่แล้วเชื่อพี่สิ" ว่าพลางจับแก้มนุ่มของผมไปด้วย ผมก็อายเป็นนะถึงจะเป็นผู้ชายก็เถอะ ผมอยากจะวิ่งหนีจริงๆเลย ใครๆก็รู้ถ้าผมเขินหน้าผมจะแดงแจ๋ แล้วตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมเขินจะแย่อยู่แล้ว พี่ยุนโฮนะพี่ยุนโฮทำเหมือนผมเป็นเด็กๆไปได้ แต่เอ๊ะ! ผมก็เด็กนี่น่า ^///^

"กลับกันได้แล้วมั้ง เดี๋ยวเย็นแจจุงจะว่าเอาอีก"

"ฮะ" ผมตอบก่อนจะยิ้มกว้าง พี่ยุนโฮลุกขึ้นยินแล้วสิ่งมือมาให้ผม

"เอ๋?"

"มาสิ เร็วๆเข้า" ผมเอื้อมมือไปจับมือพี่ยุนโฮเอาไว้ แล้วก็วิ่งตามหลังเขาไป รอยยิ้มที่ฉาบไว้บนใบหน้าผม หัวใจที่กำลังเต้นรัวแบบนี้ มันคืออะไรกัน.....ผมกำลังเป็นไข้หรือเปล่าครับเนี่ย

.

.

.

‘จุนซู ทานข้าว~'

‘จุนซู อาบน้ำได้แล้ว'

‘จุนซู พรุ่งนี้สอบนะต้องอ่านหนังสือด้วย'

‘จุนซู อย่านอนดึกนะ'

‘จุนซู กินยาด้วยถ้าไม่สบายจะยุ่ง'

‘จุนซู สุขสันต์วันเกิดนะ มีความสุขมากๆแล้วก็..ขอให้มีแฟนกับเขาสักที'

 

ถ้อยคำแห่งความเป็นห่วง ความใส่ใจ ถูกถ่ายทอดเป็นคำพูดและการกระทำ ผมรู้สึกว่าผมโชคดีเหลือเกิน โชคดีกว่าใครๆที่มีพี่ชายอย่างพี่

 

"จุนซู หลับหรือยังอ่ะ" เสียงกระซิบเบาๆล่องลอยเข้าหูทั้งสองข้างของผม ผมค่อยๆขยี้ตา ฝนลืมตาขึ้นมา

"ฮะ ยังไม่หลับฮะ พี่ยุนมีอะไรเหรอ" วินาทีนั้นผมรู้ว่าผมโกหก แต่จะทำไม ผมแค่ตื่นมาเพื่อพูดคุยกับพี่ชายผมเท่านั้น

"พี่นอนไม่หลับนะ"

"หือ มีอะไรไม่สบายใจเหรอฮะ" ผมเบิกตาขึ้นอีกนิดเพื่อมองหน้าพี่ยุนโฮ ถึงแม้จะมืดสักหน่อย แต่ผมรู้ว่าพี่ยุนโฮกำลังเอามือก่ายหน้าผาก

"เปล่าหรอก ไม่มีอะไร แต่ก็นะนายไม่คิดถึงบ้านบ้างเหรอ"

"ที่นี่ก็บ้านผมนี่ฮะ"

"นี่จุนซูรู้มั๊ย รักแรกน่ะสำคัญที่สุดเลย"

"เหรอฮะ ผมก็คิดเหมือนพี่นะ" ผมยิ้มตอบแต่พี่ยุนโฮคงไม่เห็นแน่ๆเลย

"หึๆ มาให้พี่กอดหน่อยสิ"

"..........." ผมไม่ได้ตอบอะไร ไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ พี่ยุนก็จับผมเข้าไปอยู่ภายใต้อ้อมแขนแกร่งเสียแล้ว ไออุ่นนั้นทำให้ผมสบายแต่หูผมไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจากเสียงหัวใจตัวเองที่ดังแทบจะระเบิด ผมเป็นอะไรไป ผมกลัวจังแฮะ ผมกำลังทำอะไรอยู่ ผมกำลังกอดกับ.....ณ วินาทีนั้น ผมไม่ได้คิดว่าพี่ยุนโฮคือพี่ชายอีกแล้ว.......จุนซู นี่นายกำลังมีความรักหรือเปล่านะ

 

 

ไม่ใช่หรอกฮะ ไม่ใช่เพราะคืนนั้นทำให้ผมรู้สึกว่าผมรักพี่ยุนโฮ แต่เพราะ....ความรู้สึกดีๆที่มีให้ตลอดมา ความรู้สึกดีๆที่เกิดจากอะไรหลายๆอย่างรวมกัน ผมไม่อยากเป็นเด็กอีกแล้วฮะฮยอง ผมอยากโตเป็นผู้ใหญ่เพื่อจะเรียนรู้คำว่ารัก รักฮยองไงฮะ แต่..จะทำยังไงล่ะ ผมก็ได้แค่เป็นน้องชายเท่านั้นไม่ใช่เหรอ

"พี่ยุนฮะ วันนี้ไปจ้อกกิ้งกันมั๊ย" ผมเอ่ยถามเขาที่นั่งอยู่หน้าโทรทัศน์เครื่องโต ใบหน้ายิ้มแย้มแบบนั้นคงมีเรื่องน่ายินดีแน่นอน พี่ยุนโฮไม่ได้ตอบผมคงจะไม่ได้ยินแน่ๆ ผมจึงเดินเข้าไปใกล้หวังจะแกล้งตะโกนใส่หูพี่ยุนโฮดังๆซะหน่อย แต่..

"แย่แล้วครับ!!" เสียงตะโกนดังไล่มาจากด้านกลังผมกับฮยอง ทำเอาเราสะดุ้งต่างหันหลังไปมองว่าเกิดอะไรขึ้น

"มีอะไรชางมิน" พี่ยุนโฮลุกขึ้นยืนถาม ไม่ใช่พี่ยุนโฮคนเดียวหรอกที่อยากรู้ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน

"พี่แจฮะ แฮ่กๆ"

"!!" วินาทีนั้นผมรู้ว่าพี่ยุนโฮตกใจมากแค่ไหนถึงขนาดกระโดดข้ามโซฟาทุ่งมาหาชางมินที่ยืนหอบอยู่

"แจ แจเป็นอะไรชางมิน เกิดอะไรขึ้น!" อาการของพี่ยุนยิ่งทำให้ผมตกใจ อาการใจร้อนและตกใจ ผมมองพี่ยุนอย่างอึ้งๆ

"พี่แจประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้-อยู่ที่-ห้อง I.C.U ครับ พี่ยูชอน-กำลังเฝ้าอยู่"

ไม่ต้องให้ผมบรรยายคงจะรู้สถานการณ์ดีนะครับ ผมเรารีบไปที่โรงพยาบาล

หน้าห้องฉุกเฉินมีทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ของสังกัด ผู้จัดการรวมทั้งยูชอนที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากประตูห้อง

"พี่ครับ แจจุงล่ะ" พี่ยุนโฮเอ่ยถามผู้จัดการอย่างร้อนรน

"ยังไม่รู้เลย หมอบอกว่าไตข้างนึงไม่ทำงาน ส่วนระบบต่างๆทำงานช้าลง" ได้ยินคำตอบออกมาทำเอาผมถึงกับเข่าอ่อน แต่ตอนนี้พี่ยุนทรุดลงไปนั่งซะแล้ว

ไม่มีอะไรเลยที่แน่นอนในชีวิตของเรา ป๋าเคยสอนผมแบบนั้น และนี้อาจจะเป็นตัวอย่างได้ล่ะมั้ง ไม่นานนักคุณหมอสองคนก็ออกมาทั้งชุดกราวด์และถุงมือที่เปื้อนเลือด หมอคนหนึ่งพยักหน้าให้กับพี่ผู้จัดการก่อนที่พวกเขาจะเดินตามหมอคนนั้นไป

‘ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยขั้นนึงแล้ว แต่เราต้องเคลื่อนย้ายคนไข้ไปในที่ๆอำนวยความสะดวกกว่านี้'

"อเมริกา" คำพูดจากปากผู้จัดการวงทำให้เราทั้งสามมองหน้ากันด้วยความรู้สึกระคน ตกใจ เสียใจ หวั่นใจ

"พี่ครับ ผมจะไปด้วยให้ผมไปเถอะฮะ" ทันใดพี่ยุนก็เอ่ยขอ

"ไม่ได้หรอกยุน นายต้องอยู่ที่นี่ อย่าลืมสินายเป็นหัวหน้าวงนะ" ผู้จัดการตบบ่าพี่ยุนเบาๆ

"แต่ผม.."

"เชื่อชั้นสิ ไม่นานหรอกแจจุงต้องกลับมา เวลาสัมภาษณ์ตอบดีๆนะ ฝากด้วย"

.

.

พี่แจ จากเกาหลีไปทั้งที่ไม่ได้บอกลาเรา แต่พวกเราก็วางใจอีกขั้นว่าพี่แจปลอยภัยดีและจะกลับพร้อมสุขภาพที่แข็งแรง ผมไม่ห่วงอะไรมากแล้วตอนนี้ แต่สงสัย ติดใจอะไรบางอย่าง....

"พี่ยุนเหรอฮะ" ชางมินเอ่ยพลางมองหน้าผม เมื่อกี้ผมกระชากเจ้าน้องเล็กตัวสูงมาสอบถามอะไรบางอย่างหลังจากที่ผมคิดแล้วคิดอีกว่าควรจะถามไปดีหรือเปล่า จนสุดท้ายก็ตัดสินใจถาม แต่ไม่ใช่จากเจ้าตัว

"พี่ยุนกับพี่แจเป็นอะไรเหรอ" ผมถามด้วยเสียงเบาๆ ไม่ใช่อะไรหรอกแค่ไม่กล้าพอที่จะฟังคำตอบต่างหาก

"เออ ผมนึกว่าเรื่องอะไร" ชางมินยิ้มรับก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ผมเจ็บ จุก

"พวกพี่เค้าคบกันแล้วล่ะครับ"

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อไหร่กัน ทั้งที่คืนนั้น พี่ยุนโฮยังกอดเราอยู่เลย หรือว่า

‘นี่จุนซูรู้มั๊ย รักแรกน่ะสำคัญที่สุดเลย'

ประโยคนั้นดังขึ้นในหัวของผม อย่างนี้นี่เอง เป็นอย่างนี้นี่เอง ‘รักแรกของพี่' คือเค้าสินะ

ตั้งแต่วันนั้น ผมกับพี่ยุนก็ห่างกันมากขึ้น เห็นใจอยากไปปลอบ โอบกอดไว้ แต่เหตุผลเพราะผมเป็นได้แค่น้องชายเท่านั้น ผมต้องทำใจให้ได้ ถ้าผมกอด ผมจะหักใจไม่ได้ และมันจะเจ็บอยู่อย่างนี้ตลอดไปแน่ๆ

"จุนซู" ฮยองเอ่ยเรียกผมเบาๆ ผมหันไปเอียงคอเป็นเชิงถาม

"หนาวเนอะ ทำไมบ้านเงียบแบบนี้ล่ะ"

"ก็ยูชอนไปสตูดิโอ ชางมินติดเรียนนี่ฮะ" ทั้งที่รู้ว่าทำไม คงเพราะขาดพี่แจ แต่ผมก็หลีกที่จะตอบมัน

"งั้นเหรอ" พี่ยุนตอบก่อนจะก้มหน้าลงอย่างเศร้าๆ ถ้าผมไม่ก้าวก่ายคนรักของคนอื่น ผมเองก็อยากจะกอด อยากจะปลอบพี่ แต่ตอนนี้ผมทำไม่ได้แล้ว เด็กน้อยน้องชายของพี่น่ะจุนซูเป็นมาได้แล้วเข้าใจมั๊ยฮะ

พี่ยุนเปลี่ยนไปเป็นคนล่ะคน พี่ชายที่ใจดี ยิ้มแย้มกลับกลายเป็นเศร้าสร้อย และร้องไห้บ่อยขึ้น และที่สำคัญพี่ยุนเมาบ่อยขึ้น คืนนั้นก็เช่นกัน

"พี่ยุน พอได้แล้วฮะ หยุดเถอะ" ผมว่าพลางคว้าขวดเหล้าราคาแพงออกห่างจากตรงนั้น

"จุนซู~ อย่าห้ามเพ่ น้า อ้าวมา~" มือหนายังคว้ามั่ว

"พี่เมามากแล้วนะฮะ ไม่ได้นะ หยุดเถอะ" ผมได้แต่ห้ามแต่ก็ใช่ว่าจะหยุด

"เอามาน้า~" ผมปล่อยให้พี่ยุนโฮโวยวายสักครู่ก่อนจะกลับมา ก็พบว่าเจ้าหมีขนปุยกลับคาโซฟาไปแล้ว ผมพยุงร่างสูงพาไปห้องนอน คนเมาเนี่ยเวลาหลับแล้วหนักหลายเท่าตัวเลยผมทุลักทุเลแบกร่างสูงไปที่นอน

ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำบิดหมาดๆก่อนจะเช็ดตัวให้คนตัวสูงที่นอนเมาไม่รู้เรื่อง

"อื้อ~" เสียงครางขัดใจดังขึ้น คงเพราะโดนไอเย็นจากผ้าที่ต่ำกว่าอุณหภูมิร่างกายจนต้องถอยหนี ผมเองไม่ได้ละความพยายามยังคงทำหน้าที่ต่อไปจนเสร็จ ก่อนจะห่มผ้าให้คนขี้เซาแล้วลุกขึ้นเดิน แต่มือหนาก็รั้งมือผมเอาไว้ บีบ และแน่น

"ฮึก อย่าทิ้งชั้นไป อย่านะ" ผมหันกลับไปมองก็ต้องเบิกตากว้าง ฮยองกำลังร้องไห้ ฟันสวยกัดริมฝีปากอย่างทรมาน ผมว่างผ้าลงบนพื้นก่อนจะนั่งลงที่เดิม กุมมือหนามาไว้แนบแก้ม

"อยู่กันชั้นนะ" ผมพยักหน้าแทนคำตอบก่อนจะค่อยๆล้มตัวนอนกอดอีกฝ่ายเอาไว้

"ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะอยู่เป็นเพื่อนพี่เอง" ผมเอื้อมมือปาดน้ำตาจากใบหน้าอีกฝ่ายออก น้ำตาไม่สมควรที่จะอยู่บนใบหน้าคนดีๆอย่างพี่หรอกฮะ

มือหนาเอื้อมมือจับมือเล็กไว้ ก่อนจะค่อยๆเลื่อนใบหน้าโน้มเข้ามาประกบจูบริมฝีปากนุ่ม ร่างเล็กเองไม่ได้ขัดขืนกลับตอบสนองปล่อยให้อารมณ์ที่มีอยู่พาไป

คงไม่ผิดใช่มั๊ยถ้าผมจะกุมมือนี้เอาไว้ ในเมื่อตอนนี้มันยังว่างเปล่าถึงจะไม่ว่างสนิทก็ตามแต่ ขอโทษที่เป็นคนทรยศ ขอโทษฮะที่ไม่สามารถเป็นน้องชายที่แสนดีของพี่ได้อีกแล้ว ขอโทษที่เป็นคนเลว

เวลาทำหน้าที่ของมัน อารมณ์เองก็ทำหน้าที่ของมัน ถึงแม้พี่ยุนโฮจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามแต่ แต่ผมไม่ได้โกรธ ไม่ได้เกลียด และไม่ได้คิดจะยึดติดกับสิ่งที่ฮยองทำไปโดยไม่คิดในครั้งนี้

 

ร่างสูงตื่นขึ้นอย่างงัวเงีย มือหนาเอื้อมกุมขมับเอาไว้ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างใครบางคนนอนอยู่ข้างๆในสภาพเดียวกับเขาในตอนนี้

"จุนซู! ตื่นสิ จุนซู!"  ยุนโฮพยายามปลุกอีกฝ่ายให้ตื่นขึ้น

 

ไม่อาจจะย้อนอะไรกลับไปแก้ไขได้อีกแล้ว

"ทำไมนายไม่ขัดขืนพี่จุนซู" ทุกคำที่ออกมาจากปากของร่างสูงยิ่งทำให้จุนซูเจ็บ เขาคงขัดขืนได้ถ้าเขาไม่มีใจให้ร่างสูง

"นายรู้มั๊ยพี่จะบ้าแล้ว ทำไมกันต้องเกิดเรื่องแบบนี้" ยิ่งเห็นคนร่างสูงเจ็บปวดจุนซูก็อยากที่จะทำร้ายตัวเองจริงๆ นี่เขาทำให้คนตรงหน้าเครียดกว่าเดิมงั้นเหรอ

"ผม ผมไม่ได้โทษพี่เลยฮะ ฮึก ผะ ผมผิดเอง ผิดเองที่ได้ยั้งใจไว้เลย ฮึก"

"จุนซู" เสียงยุนโฮบ่งบอกถึงความรู้สึกผิด มือหนาดึงร่างเล็กเข้ามากอดพลางลูบหลังเบาๆ

"พี่ขอโทษ อย่าโทษตัวเองเลยนะ พี่ขอโทษ พี่จะรับผิดชอบเอง"

"ไม่นะ พี่ทำอย่างนั้นไม่ได้ ถ้าคิดว่าแค่รับผิดชอบพี่ไม่ต้องหรอกฮะไม่ใช่ความผิดของพี่" หน้าใสส่ายปฏิเสธทั้งน้ำตา

"พี่รักนายจุนซู ฟังพี่ พี่จะแก้ไขเรื่องนี้เอง"

"แล้วพี่แจล่ะฮะ"

"พี่จะจัดการเรื่องทั้งหมดเอง เชื่อพี่นะ"

.

.

.

.

.

.

ณ ดาดฟ้า ที่แห่งเดิม

"ยูชอน ฮึก พี่ยุนโฮเค้าไปแล้ว ฮึก เค้าจัดการเรื่องแบบนี้ ชั้นน่าจะรู้แต่แรกแล้ว" จุนซูกอดอีกฝ่ายแน่นเข้าไปอีกเพื่อเป็นที่พึ่ง มือหนาเองก็ลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ

"เรื่องทุกอย่างจะดีเอง เชื่อชั้นสิ" ยูชอนบอกเบาๆก่อนกระชัดอ้อมแขนเข้าไปอีก

ภาพแห่งมิตรภาพคงไม่แปลเป็นอื่น หากคนที่มาเห็นไม่เข้าใจผิด

"นายเองก็ไม่ได้ดีกว่าชั้นหรอกคิมจุนซู" ร่างสูงที่ยืนดูจากประตูดาดฟ้าเอ่ยเบาๆ เผลอกำหมัดจนแน่น

เรื่องราวของเรามันยังไม่จบ คิมจุนซู

 

TBC.....

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เศร้าๆๆ
ยุนนนนนนแก๊
ทำ(มิดีมิ)ร้ายจุนจังเรอะ
คนที่มายืนดูใช่ยุนป่าว

#1 By jun on 2008-06-19 20:09

มาต่อไวๆน๊า


รออยู่ๆ


>_<"

#2 By peter pan (118.172.137.254) on 2008-06-20 17:37

ไม่รู้จะเข้าข้างใครดี
ไม่รู้จะสงสารใครดี
เศร้าใจจัง

#3 By (203.170.228.168) on 2008-06-22 10:02

สงสารน้อง

พาร์ทนี้ รักอิปาร์คมาน

แอบสมน้ำหน้ายุนเล็กน้อย

ปล่อยให้มานเข้าใจผิดไปเลยยย

อ่าโด่ หงุดหงิด อิหมีโง่เอ๊ยยยยยย

จุนซูจ๋า หนูไม่น่าไปยอมมานเลย จริงๆน้า

สู้เค้า จุนซูสู้ๆ คนแต่งด้วย

ไอเลิฟยู มาต่อเร็วๆนะคะ รออ่านอยู่ง่า

confused smile big smile sad smile

#4 By YooSu is Everything on 2008-06-22 13:39

หนุกดีค่ะ สงสารนุ้งเซียจัง ยุนต้องเข้าใจผิดแน่เรย

#5 By zzu (58.8.176.52) on 2008-06-30 12:23