[SF]Love Me Not

posted on 12 Jun 2008 19:58 by junsumyprettyboy
[SF] Title: Love Me not

Author: Haru

Couple: Yoosu [YoochunXJunsu]

   กลางราตรีอันมืดมิด มีเพียงเสียงลิ้มหวิวๆเท่านั้นที่พัดผ่านไป ร่างเล็กๆของใครบางคนนั่งอยู่บนรถเข็น สายตาเย็นชาเหม่อมองไปสุดขอบทะเลกว้าง

‘พอสักทีจุนซู พอสักที เลิกตามผมมาสักที'

เสียงเลวร้ายนั้นยังคงตราตรึงถึงวันนี้ ตากลมๆเริ่มมีน้ำคลอ จากกันเพราะความไม่เข้าใจ จากกันเพราะยังรักกันอยู่ จากกันเพราะการเสียสละ

"คุณหนู คุณหนูค่ะ" เสียงป้ายองนาคนดูแลคนตัวเล็กเอ่ยเรียก และเธอก็กำลังเดินเข้ามาใกล้อีกฝ่าย

"คุณหนู มาตากลมอย่างนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก" ป้าถามอย่างเอ็นดู

"ผมกะจะเข้าไปแล้วฮะ" คนตัวเล็กเอ่ยบอกพลางชำเลืองตามองอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ด้านหลัง

"คุณหนูค่ะ ป้าขอโทษจริงน่ะค่ะ" เสียงป้าดูลำบากใจ

"เรื่องที่ป้าจะไปเหรอครับ" คนตัวเล็กยิ้มน้อยๆ "ป้าเองก็มีภาระต้องทำ ไม่มีใครดูแลผมจนวันตายได้หรอกฮะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคุณพ่อส่งคนดูแลใหม่ให้ผมแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอกฮะ" คนตัวเล็กพูดจบป้ายองนาก็เดินมาด้านหน้าก่อนจะนั่งยองๆกุมมือเล็กๆเอาไว้ น้ำตาที่คลอเบ้าตาของป้าทำให้จุนซูน้ำตาไหลไปอีกคน

"ไม่เป็นไรฮะป้า" คนตัวเล็กบอกก่อนจะก้มกอดอีกฝ่าย ป้ายองนาเองก็กอดคนตัวเล็กอย่างรักไคล้ จุนซูยิ้มเบาๆกับความอบอุ่นที่ได้รับ

 

 

รุ่งเช้า หลังจากที่ป้าบอกลาทุกคนที่บ้านและจากไปแล้วจุนซูก็หมกตัวแต่ในห้อง มือเล็กลูบจี้รูปไม้กางเขนของดูต่างหน้าแม่

ก็อกๆๆ

"คุณหนูจุนซูค่ะ คุณหนู" เสียงของสาวใช้คนหนึ่งดังพร้อมกับเสียงเคาะประตู คนตัวเล็กเปิดประตูให้อีกฝ่าย

"มีอะไรยูรี" จุนซูเอ่ยถาม

"คุณท่านเรียกคุณหนูไปพบค่ะ" สาวใช้เอ่ยถาม

"รู้แล้ว จะตามไป"

"ให้ชั้นช่วยมั๊ยค่ะ"

"ไม่เป็นไร ไปทำงานเถอะ" จุนซูบอกก่อนจะปิดประตู

ตัวเล็กกดปุ่มข้างๆมือของตนเพื่อให้รถเข็นเคลื่อนที่ไปยังจุดหมายได้ เนื่องจากไม่สามารถเข็นรถขึ้นไปบนบันไดได้ ห้องนอนของจุนซูจึงต้องย้ายมาอยู่ด้านล่างแทน คนตัวเล็กเข็นรถมาเรื่อยๆ นอกหน้าต่างบานกว้างที่เปิดรับลมมีร่างชายบนคนยืนหันหลังให้อยู่ แสงอาทิตย์ยาวเช้าส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างบานนั้น ผ้าม่านฝืนบางๆพลิ้วไวไปตามกระแสลม มือเล็กป้องขึ้นกันแสงที่ส่องผ่านเข้ามา

"ยูรีบอกว่าคุณพ่อเรียกผมเหรอครับ" คนตัวเล็กเอ่ยถามชายที่หันหลังให้ เขาค่อยๆหันมาหาอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม คนตัวเล็กตกใจเล็กน้อยเมื่อคนที่ตนทักไม่ใช่พ่อของตัวเองแต่กลับเป็นคนแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จัก

"คุณคิมกลับไปแล้วครับ" ชายหนุ่มเอ่ยบอก

"คุณเป็นใคร?" คนตัวเล็กเอ่ยถามด้วยใบหน้านิ่งๆ ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ๆอีกฝ่ายอีก ทำจุนซูให้เห็นหน้าตาของเขาชัดขึ้น ใบหน้าขาว ผมสีเข้ม จมูกเป็นสัน ปากสีชมพู เขาไม่เคยเห็นหน้าคนๆนี้มาก่อนเลย เขาเป็นใครกันนะ จุนซูได้แต่ถามในใจ

"คุณคือ คุณคิม จุนซูใช่มั๊ยครับ ผมปาร์ค ยูชอนครับ ผมเป็นหมอที่คุณพ่อคุณจ้างมาดูแลคุณ" คนร่างสูงแนะนำตัวก่อนจะเอื้อมมือจับมืออีกฝ่ายพร้อมยิ้มบางๆ แต่จุนซูกลับไม่มีปฏิกิริยาที่จะจับมือด้วยแต่อย่างใด

"คุณเหรอที่จะมาดูแลผมแทนป้ายองนาน่ะ" คนตัวเล็กเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยแววตาเย็นชา แต่ชายหนุ่มกลับยิ้มกลับ

"ครับ" ยูชอนตอบตรงไปตรงมาและด้วยปฏิกิริยาที่ไม่กลัวเขาเลยทำให้จุนซูเริ่มไม่สบอารมณ์ผู้ชายคนนี้

"คุณพ่อคงไม่ได้บอกอะไรบางอย่างกับคุณสินะ" คนตัวเล็กเอ่ยบอกพลางมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแข็งกร้าว

"เรื่องคุณใช่มั๊ยครับ อันที่จริงคุณคิมก็เปรยๆออกมาบ้าง" ชายหนุ่มเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม

"ชั้นไม่ชอบให้คนแปลกหน้าแตะเนื้อต้องตัวแม้แต่จะจับมือ และชั้นก็ไม่ชอบท่าทางหยิ่งยโสของนายด้วยคุณปาร์ค ถ้าจะอยู่ที่นี่คุณต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของชั้น" คนตัวเล็กบอกก่อนจะหันหลังกลับไปยังที่ๆตนมา

"ขอโทษนะคุณคิม จุนซู ผมต้องอยู่ที่นี่นานเลยล่ะจนกว่าผมจะทำสิ่งที่ผมต้องการ" คนร่างสูงเอ่บเบาๆหลังจากคนตัวเล็กไปแล้วพร้อมแสยะยิ้มอย่างเยือกเย็น

 

ดวงอาทิตย์เคลื่อนต่ำแล้ว ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ท้องทะเลมืดไปหมดมีเพียงเสียงคลื่นและลมเท่านั้นที่ดูเหมือนไม่มีทีท่าจะสงบ

ตุบๆ เสียงฝีเท้าใครบางคนกำลังใกล้เข้ามา ด้านหลังของคนตัวเล็ก

"ยูรี ชั้นบอกแล้วใช่มั๊ยว่าจะเข้ามาในห้องให้เคาะประตูก่อน" คนตัวเล็กว่าอย่างดุๆ

"ขอโทษครับ ผมไม่เคยรู้กฎ" เสียงนี้อีกแล้ว เสียงที่ได้ยินเมื่อเช้ามันทำให้คนตัวเล็กอารมณ์เสียทุกครั้ง

"นาย!" คนตัวเล็กหันไปด้านหลังและพบว่าคนร่างสูงนั้นจับรถเข็นของเขาอยู่

"หึๆ คุณหนูคิมจุนซูผู้หยิ่งยโส เหมือนที่ใครๆเค้าพูดไว้จริงเลยนะครับ" ชายหนุ่มว่าก่อนจะเดินอ้อมมานั่งตรงหน้าอีกฝ่าย

"มีสิทธิ์อะไรที่เข้ามาในห้องคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตน่ะ" คนตัวเล็กเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

"ไม่มีสิทธิ์อะไรหรอกครับ แต่ผมก็เข้ามาแล้วนี่" คนตัวสูงว่ายิ่งเพิ่มอารมณ์โกรธให้คนตัวเล็กเป็นอย่างมาก

"ออกไป.." จุนซูบอกอย่างนิ่งๆ เบนสายตาไปทางอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหน้าอีกฝ่าย ยิ่งเห็นยิ่งโกรธ แต่ถึงอย่างนั้นคนร่างสูงก็ไม่แสดงอาการใดๆแถมยังนั่งอยู่ที่เดิมอีก

"ชั้นบอกให้นายออกไป" เมื่อรู้สึกว่าพูดดีๆไม่ได้ผลจุนซูก็หันมาบอกด้วยสายตาดุดัน

"ผมอยากรู้เหมือนกันว่าถ้าผมไม่ออก.."

เพล้ง! จานรองแก้วสีใสถูกปากระทบผนังและแตกลงทันใด ที่สำคัญก่อนที่มันจะกระแทกกับผนังมันเฉียดหน้าคนร่างสูงแค่นิดเดียวเอง

"นายจะโดนมากกว่านี้จำไว้นายปาร์คยูชอน ถ้านายไม่ทำตามคำสั่งชั้น" คนตัวเล็กว่าก่อนจะออกจากห้องไป

"ยูรี" จุนซูเรียกสาวใช้ที่กำลังจะเดินผ่านไป

"ค่ะคุณหนู" สาวน้อยหันกลับมาเอ่ยถามอย่างนอบน้อม

"ช่วยเก็บเศษแก้วในห้องชั้นด้วย" จุนซูบอกก่อนจะเข็นรถของตนไป

"ได้ค่ะคุณหนู" สาวใช้เอ่ยบอกก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางไปทางห้องคนตัวเล็กแทน และเมื่อเข้าไปก็เจอกับคุณหมอยืนอยู่แล้ว

"ยูรีเหรอ" ชายหนุ่มเอ่ยถามคนที่เดินเข้ามา

"ค่ะคุณหมอ คือคุณหนูบอกว่ามีเศษกระจก"

"อืม ตรงนี้" ยูชอนชี้ให้สาวใช้ดู แล้วหล่อนก็เดินไปเก็บ

"ชั้นช่วยดีกว่ามั๊ย" ไม่ว่าเปล่าชายหนุ่มเอื้อมมือไปช่วยเก็บและวินาทีนั้นเองมือของทั้งสองก็แตะกัน จนหญิงสาวต้องชักมือกลับแทบไม่ทัน จะว่าไปแล้วยูรีเป็นสาวน้อยที่น่ารักใช้ได้เลยล่ะ

"ทำไมคุณหนูใจร้ายจังนะ ใช้งานคนน่ารักๆอย่างเธอได้น่ะ" ยูชอนว่าและยังไม่เว้นที่จะเอาปลายนิ้วไปแตะแก้มใสขออีกฝ่าย

"เอ่อ เดี๋ยวชั้นค่อยมาเก็บทีหลังดีกว่าค่ะ" หญิงสาวบอกก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้อง ปล่อยให้คนร่างสูงยืนแสยะยิ้มอยู่คนเดียว

 

 

วันต่อมา

  ที่โต๊ะอาหาร ขณะที่รับประทานอาหารเช้ากันอยู่วันนี้คุณพ่อและพี่ของคนตัวเล็กก็อยู่ด้วยซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หาได้น้อยมากเพราะธุรกิจที่ต้องจัดการเลยไม่ค่อยมีเวลาให้กันและกันบ่อยๆ พอสิ้นสุดเช้านี้พ่อและพี่ชายของคนตัวเล็กก็ต้องบินไปอเมริกาต่ออีก และอาจจะพาใครบางคนไปด้วย

"จะไปงั้นเหรอ" คนตัวเล็กเอ่ยถามหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงด้านหลัง

"ค่ะคุณหนู" ยูรีเอ่ยบอกอย่างกลัวๆ

"เฮ้อ~ ชั้นไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ แล้วยุนซูว่าไง" ชายหนุ่มผู้อาวุโสที่สุดเอ่ยถามถึงลูกชายคนโตของตน

"ไม่ต้องถามหรอกครับคุณพ่อ ที่ยูรีไปจะเป็นเพราะใครซะอีก" คนตัวเล็กว่าอย่างงอนๆ

"โธ่จุนซูก็ พี่ไมได้พายูรีไปตลอดไปสักหน่อย" คนร่างสูงเอ่ยบอกก่อนจะเอื้อมมือไปขยี้หัวน้องชายตัวเองเบาๆ

"คุณหนูเรียกใช้ชั้นได้ทุกเวลาเลยนะค่ะ" สาวใช้เอ่ยบอก

"ใครจะกล้าใช้เธออีกล่ะ หึๆ ใช่มั๊ยล่ะพี่ชาย"คนตัวเล็กเอ่ยถามอย่างทะเล้น

"แล้วคุณหมอล่ะ อยู่ที่นี่ขาดเหลืออะไรบ้างหรือเปล่า" คุณพ่อของจุนซุเอ่ยถามคนที่นั่งข้างๆคนตัวเล็กซึ่งทำให้รอยยิ้มของจุนซูหายไปในพริบตา

"ไม่หรอกครับ" คนร่างสูงเอ่ยตอบ

"ดีแล้วล่ะ แต่ถ้าขาดอะไรบอกได้นะ"

"อิ่มล่ะครับ" คนตัวเล็กบอกอย่างอารมณ์ไม่ดี "ผมไปห้องก่อนล่ะกัน" ว่าก่อนจะเคลื่อนรถเข็นออกไป

"เฮ้อ~ น้องชายคนนี้" ยุนซูส่ายหัวกับปฏิกิริยาของคนตัวเล็ก

"ทำใจหน่อยแล้วกันนะคุณหมอ ลูกชายคนนี้เค้าเป็นอย่างนี้แหละ ถือว่าเห็นใจนะ" คุณคิมพูดอย่างเหนื่อยใจ

"ไม่เป็นไรต้องห่วงครับคุณคิม" ยูชอนเอ่ยบอก

.

.

 ใช่ไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้ว ทุกคนในบ้านไปกันหมดแล้วคราวนี้ก็เหลือแต่จุนซูกับเขา

"กำลังอาลัยอาวรณ์ถึงแฟนเก่าอยู่เหรอครับคุณหนูจุนซู" เสียงเรียบๆที่แฝงความหมายสอดเสียดดังขึ้นด้านหลงคนตัวเล็ก

"เข้ามาทำไม ชั้นไมได้เรียก" คนตัวเล็กเมื่อได้ยินเสียงคนอีกฝ่ายก็หันมาถามอย่างโกรธๆ

"ผมเป็นหมอคุณนี่ ทำไมผมจะเข้าไม่ได้" คนร่างสูงว่าอย่างหย่อยิ่ง

"นายไม่มีสิทธิ์เพราะชั้นไม่ได้เรียก เพราะงั้นออกไปนะ" คนตัวเล็กว่าก่อนจะชี้ไปที่ประตู แต่เหมือนว่าอีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย และด้วยท่าทางที่ไม่มีทีท่าจะกลับตนนั้นยิ่งทำให้จุนซูเกลียดคนตรงหน้านี้มากขึ้น

"ขอโทษนะครับคุณหนู ผมแค่เอายามาให้ไม่ได้กลัวหรอกว่าผมจะพิศวาสอะไรคุณ" ยูชอนบอกพลางรินยาสีใสใส่ในแก้วเล็กๆ

"แก!"

"นิสัยไม่ดีเลยนะเรียกคนอื่นว่าแกนะ" เขาบอกพลางแสยะยิ้ม คนตัวสูงจะรู้มั๊ยนะว่าตอนนี้คนตรงหน้าเขาโกรธเป็นไฟแล้ว

"ยูรีๆ" คนตัวเล็กตะโกนเรียกสาวใช้อย่างเคย

"เรียกหาใครเหรอครับคุณหนู ไม่มีใครอยู่นี่แล้ว มีแต่คุณกับผม" ยูชอนบอกพลางเดินมาพร้อมกับถาดยาพร้อมกับยาสองแก้ว

"ออกไปนะ อย่าเข้ามา" คนตัวเล็กเริ่มประหม่า เขาเลื่อนรถเข็นถอยหลังแต่คนตัวสูงกลับใช้แรงอันน้อยนิดยึดเอาไว้ ตอนนี้จุนซูกลับเหลือเกินที่จะอยู่ใกล้คนๆนี้

"กลัวเหรอ กลัวผมเหรอ"

"คนโรคจิต"

"เหอะๆ ว่าผมโรคจิต อาจใช่มั้งแต่ผมอาจจะโรคจิตกับคุณคนเดียว กินซะ" ร่างสูงบอกพลางยื่นแก้วยาจ่อปากคนตัวเล็ก

"คิดเหรอชั้นจะกิน ไม่มีทาง" จุนซูบอกพลางเบนหน้าหนี

"จะให้ผมใช้ความรุนแรงใช่มั๊ย" ชายหนุ่มบอกไม่ทันขาดคำเขาก็ใช้ยากรอกใส่ปากคนตัวเล็ก

"อี๋ ออกไปนะ"

เคล้ง!

มันไม่ได้ผลอย่างที่คาดไว้ คนตัวเล็กดื้อยิ่งกว่า แก้วเล็กๆตกลงสู่พื้นและยาเองก็ตกเลอะพื้น

"เฮ้อ~ ผมคิดไม่ตกเลยนะว่าป้าที่ดูแลคุณอยู่นะจะบ่นสักแค่ไหน" ยูชอนบอกพลางก้มเก็บแก้ว

"รู้งี้แล้วก็ออกไป" คนตัวเล็กบอกด้วยสายตาแข็งกร้าว

"หึ ผมถึงจัดยาไว้สองชุดไงล่ะ คิดแล้วว่าคนอย่างคุณมันดื้อด้าน"

"นายทำอะไรชั้นไม่ได้" จุนซูบอกอย่างมั่นใจ แต่คนร่างสูงก็ทำอะไรบางอย่างให้ตกใจ เขากรอกยาเข้าปากตัวเองและชั่วพริบตาเดียวเขาก็ประกบปากของคนตัวเล็ก ไม่ว่าจะดื้นยังไงก็ออกจากสัมผัสนี้ไม่ได้ น้ำใสๆและรสขมผ่านปากอีกฝ่ายมาและเข้าสู่ลำคอของอีกฝ่าย มันคงจะจบแต่ไม่ใช่ ลิ้นอุ่นๆซุกซนกลับเกี่ยวรัดลิ้นเล็กๆของอีกฝ่ายและเก็บเอาความหวานจากปากอีกฝ่ายมาด้วย จุนซูใช้แรงทั้งหมดผลักคนร่างสูงออกไปและมันก็สำเร็จ

"ออกไปนะ! แฮ่ก" คนตัวเล็กบอกปนหอบ

"หึ ที่จริงแล้วยาแก้วนั้นขมจนลิ้นชาได้เลย แต่ทำไมนะรู้สึกมันกลับหวานเหลือเกินนะ" ยูชอนเยียดยิ้มอย่างผู้ชนะ 

"ออกไป ออกไปสักที พอใจแล้วไม่ใช่เหรอ" คนตัวเล็กพูดน้ำตาคลอ แต่ก็พยายามกลั้นไม่ให้มันออกมาต่อหน้าคนๆนี้

"งั้นตอนเย็นผมจะกลับมาอีกครั้งนะ หวังว่าคุณจะยอมกินยาดีๆ" คนร่างสูงบอกก่อนจะเดินออกไปด้วยรอยยิ้มที่อยากจะเดาอารมณ์ แต่ตอนนี้อารมณ์ที่ไม่ต้องเดาของคนร่างเล็กนี่สิ

"ฮึก..." ร่างเล็กสะอื้น มือเล็กๆยกขึ้นป้องหน้าเอาไว้

"ทำไมกัน ทำไมต้องทำร้ายกันแบบนี้ด้วย แค้นที่สุด ปาร์คยูชอน นายกับชั้นไม่มีวันอยู่ร่วมโลกกันได้แน่ ชั้นจะเอาคืนเข้าสักวัน" คนตัวเล็กกัดฟันบอกตัวเอง

.

.

ตั้งแต่วันนั้น จุนซูก็ยอมทานยาโดยไม่ต้องสั่ง บ้านดูโล่งไปถนัดตา พ่อกับพี่ไมได้กลับมาหลายสัปดาห์แล้ว เขาต้องยอมอยู่กับหมอโรคจิตนี่เหรอ

"คุณทำตัวดีขึ้นมาเลยนะคุณหนู" ชายหนุ่มเอ่ยบอกขณะนั่งปอกเปลือกแอปเปิ้ลผลสีเขียวอยู่ข้างๆคนตัวเล็ก

"หุบปากสักที หนวกหู" คนตัวเล็กว่าอย่างหงุดหงิด ตาใสเหม่อมองไปไกลสุดตา สายตาหงุดหงิดเมื่อกี้เศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด แววตานั้นเหมือนกำลังโหยหาใครบางคน คนร่างสูงที่จ้องมองอยู่นั้นละสายตาก่อนจะยิ้มแสยะบางๆ

"ดูทะเลแบบนี้ไม่เห็นจะสวยเลย ไปดูด้านบนดีกว่ามั๊ย" คนร่างสูงเอ่ยถาม จุนซูหันมาจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์

"ไม่มีตาหรือไง ชั้นเดินได้ซะที่ไหน นี่ถามจริงๆนายจบหมอมาแน่เหรอ" คนตัวเล็กถามพลางตีหนีเครียดอีก

"นี่คุณจุนซู ผมได้แต่ฟังคำถามแบบนี้จากคุณมากเป็นร้อยแล้วนะ และรู้มั๊ยคุณเป็นคนไข้ที่ดื้อด้านที่สุดเท่าที่ผมรักษามา" คนร่างสูงเอ่ยบอกอย่างไม่สบอารมณ์เช่นกัน

"นายทำให้ชั้นถามเองนี่" คนตัวเล็กว่า ทำเอาหมอหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะลุกขึ้นวางมีดลงแล้วอุ้มร่างเล็กซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นขึ้นมา

"จะ จะทำอะไรนะ" จุนซูถามอย่างตกใจเมื่อร่างของเขาถูกยกขึ้น

"คุณเดินไม่ได้ ผมก็จะอุ้มคุณไปไง" ชายหนุ่มบอกพลางพาอีกฝ่ายเดินไปด้วย

"ไม่นะ ปล่อยสิ ปล่อย" ไม่ว่าเปล่ามือเล็กๆทุบไหล่อีกฝ่าย

"นี่ อย่าโวยวายได้มั๊ยเดี๋ยวก็วางตรงนี้แหละ แล้วไม่แน่คุณอาจเดินไม่ได้ตลอดไปเลยก็ได้"

"......" ได้ผล คนร่างเล็กเงียบไปจริงๆ แต่ไม่ทันที่จะเดินออกจากห้องยูชอนก็หยุดเดินเพราะรู้สึกถึงไหล่ที่สั่นๆของอีกฝ่าย

"ร้องไห้เหรอ" ยูชอนเอ่ยถามคนที่ตนอุ้มอยู่ หน้าใสซุกบอกแกร่ง ยูชอนถอนหายใจเบาๆก่อนจะหันหลังกลับวางร่างบางลงบนเตียงนุ่ม

"ออกไปจากห้องชั้นได้แล้ว" คนร่างสูงเอ่ยบอกทั้งที่ๆไม่ได้บอกหน้าอีกฝ่าย ยูชอนได้แต่ถอนหายใจออกมา

"งั้นเดี๋ยวตอนเย็นจะเอายามาให้" คนร่างสูงบอกก่อนจะเดินออกไป

มือหนาล้วงโทรศัพท์เครื่องหรูออกจากประเป๋ากางเกง ก่อนกดโทรหาใครบางคน ไม่นานนักเสียงปลายสายก็ตอบกลับ

‘อือว่าไงคุณหมอ'

"นี่นารา คนที่เธอบอกนะใช่แน่เหรอ"

‘ชริ ยังจัดการไม่ได้อีกเหรอ โง่จริงๆเลยแกเนี่ย'

"ชั้นไมได้โทรมาเพื่อรายงาน บอกมาตกลงใช่แน่เหรอ" คนร่างสูงถามด้วยเสียงเข้มๆ

‘ใช่ คิมจุนซู คนนั้นแหละที่ฆ่าน้องชายนายนะ '

ปี๊บ..นิ้วเรียวกดตัดสายไป คำบอกของนารายิ่งสร้างความแค้นให้คนตัวสูงยิ่งขึ้น

"ยูฮวาน พี่จะแก้แค้นให้แกเอง" คนร่างสูงเอ่ยบอก มือหนากำโทรศัพท์แน่นจนแทบจะละเอียดคามือ

 

ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อนายชั้นก็เกลียดแล้ว ชั้นคงจะใจดีกับนายนานไปแล้ว ถึงเวลาแล้วล่ะ หมดเวลาของนายแล้วคิม จุนซู

 

ตะวันคล้อยแล้ว ท้องฟ้าเปลี่ยนสีมันครึ้มไปด้วยสีคล้ำของเมฆฝน จุนซูเคลื่อนรถเข็นออกไปนอกหน้าต่างเพื่อปิดมัน แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นมีดปอกผลไม้ที่คนร่างสูงตั้งทิ้งไว้ก่อนจะไป มือเล็กเอื้อมไปหยิบมันมาไว้ข้างๆตัว แล้วก็ปิดหน้าต่างไปก่อนจะกลับมาที่เตียง พยายามยันตัวเองให้ยืนขึ้นเล็กน้อยก่อนจะนั่งบนเตียงได้ ถึงแม้ว่าขาเขายังไม่สามารถที่จะเดินได้ แต่เพราะยาและการบำบัดทุกสัปดาห์มันเริ่มช่วยตัวเองได้บ้างแล้ว

แอ๊ด~

"เฮ้อ~ นี่คุณหมอ เมื่อไหร่จะมีมารยาทก่อนเข้าห้องคนอื่นบ้าง" คนตัวเล็กเอ่ยอย่างเซ็งๆ

"ห้องคนอื่นเหรอ" ร่างสูงเอ่ยบอกพร้อมแสยะยิ้ม มือหนาดึงเน็ทไทอย่างรำคาญ สายตาแปลกๆที่ส่งมาทำเอาจุนซูประหม่าเล็กน้อย

"ทำอะไรน่ะ" คนตัวเล็กถอยรี่ไปหัวเตียง คนร่างสูงนั่งลงที่ปลายเตียงพลางมองอีกฝ่ายอย่างแค้นๆจนจุนซูรู้สึกกลัว

"พร้อมจะกินยาหรือยัง" ยูชอนเอ่ยถามพลางคลานไปหาอีกฝ่าย

"จะ จะทำอะไรน่ะ" จุนซูเอ่ยถามทั้งที่ตอนนี้นั่งไม่ติดแล้ว

"แล้วคิดว่าจะทำอะไรล่ะ" ร่างสูงบอกพลางยื่นหน้าไปหาอีกฝ่าย

กลิ่นเหล้า!

"นี่นายเมามางั้นเหรอ" คนตัวเล็กเอ่ยถาม

"ทำไมเหรออยากดื่มด้วยงั้นเหรอ"

"ออกไปนะ" คนตัวเล็กบอกเสียงดังพลางผลักอกอีกฝ่ายออกไกลๆตัว

"ชอบใช่เหรอ แบบนั้นนะ ทำมามากไม่ใช่เหรอ"

"อะไรของแก" สรรพนามเริ่มเปลี่ยนไป อารมณ์เฉยชาเริ่มร้อนแรง

"เอ๋ จำไม่ได้เหรอเคยทำอะไรไว้ หรือว่าจะให้ชั้นต้องเตือน" คนร่างสูงว่า และไม่ทันขาดคำมือหนาก็จับหน้าใสมาประกบจูบ รุนแรงและจาบจ้วง คนตัวเล็กดิ้นรนเพื่อหาทางออกแต่แรงของอีกฝ่ายมาเหลือเกินจนต้อง

"หน็อย~" คนร่างสูงถอยออกมาเพราะแรงกัดของคนตัวเล็ก เลือดสดๆไหลซึมออกจากริมฝีปากของร่างสูง

"ชั้นไม่ยอมให้นายทำอะไรได้อีกแล้ว" จุนซูบอกก่อนจะเอื้อมไปหยิบมีดปอกผลไม้ที่ซ่อนอยู่ที่รถเข็น แต่ยูชอนเหลือบเห็นซะก่อน เขาดันรถเข็นออกจึงทำให้จุนซูเสียหลักล้มลงไปนอนกับพื้น

"จะฆ่าชั้นงั้นเหรอ" คนตัวสูงบอกพลางรวบมืออีกฝ่ายเอาไว้

"ปล่อยนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้ไม่งั้นชั้นจะตะโกนให้คนช่วย"

"ตะโกนสิ ไม่มีใครอยู่นี่น่า" คนร่างสูงว่าพลางกระชากเสื้ออีกฝ่ายอย่างง่ายดาย ผิวเนียนขาวปรากฏแก่สายตาของอีกฝ่าย ยูชอนเยียดยิ้มก่อนจะก้มไปโลมเลียยอดอก

"หยุดนะ ออกไป หยุดเดี๋ยวนี้" จุนซูได้แต่ร้องห้าม ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากดิ้นไปมา

"อย่าร้องสิ ชั้นจะทำให้นายมีความสุขแบบที่นายต้องการไง" ชายหนุ่มเอ่ยบอกนั่นทำให้ตาใสลุกวาว

"ไม่นะ ปล่อยสิ ไอ้บ้าโรคจิต ชั้นจะฆ่าแก"

"สายไปแล้วล่ะจุนซู เพราะชั้นนี่แหละจะฆ่านายก่อน"

"ฮึก ปล่อยนะ ชั้นไปทำอะไรให้นายตั้งแต่เมื่อไหร่ หยุดทำเดี๋ยวนี้นะ" คนตัวเล็กเอ่ยถามทั้งน้ำตา

"หึ คิดให้ดีสิ นายไปทำอะไรไว้บ้างนายไมได้ชดใช้อะไรไว้" คนร่างสูงเอ่ยบอกก่อนจะถอดเสื้อและกางเกงของตนออก

"ไม่ ไปนะ อย่าเข้าใกล้ชั้น ยูชอนนายกำลังเมาอยู่นะ"

"นายนี่มันสวยดีเหมือนกันนะ" ร่างสูงบอกก่อนจะใช้ริมฝีปากเอิบอิ่มซุกไซร้ลำคอขาวพร้อมกับขบกัดเบาๆ

"ฮึก ไม่นะ อย่า...อย่าทำแบบนี้" คนตัวเล็กได้แต่อ้อนวอนแต่มันก็ไม่ช่วยอะไร ปากอิ่มประจบจูบอีกฝ่ายอย่างเร้าร้อน แฝงไปด้วยความเคียดแค้นและอารมณ์ที่คุกกรุ่น มือเล็กทุบอกแกร่งเมื่อตนเริ่มขาดอากาศหายใจ ปากอิ่มจึงละจากตรงนั้นก่อนจะลากลิ้นลงมาที่ยอดอกดูดดึงตุ่มเล็กๆสีชมพู

"ฮึก อย่านะ"

ดูเหมือนคนอ้อนวอนของจุนซูไม่ได้ทำให้คนร่างสูงเห็นใจเลยแม้แต่นิดเดียว การกระทำที่หยาบคายและจาบจ้วง ทุกสิ่งที่ทุกอย่างที่จุนซูได้รับมันเหมือนกับฝันร้ายที่ติดตัวไปตลอดชีวิต หลังจากการกระทำของคนร่างสูงสิ้นสุดแล้ว ร่างเปล่าเปลือยก็ล้มลงนอนข้างๆร่างอีกร่างที่บอบช้ำทั้งใจและกาย

 

   แสงสว่างสาดส่องลงมากแล้วบ่งบอกว่าวันนี้เป็นวันใหม่ บางสิ่งเริ่มต้นใหม่ บางสิ่งก็พร้อมจะต่อเติมจากเมื่อวาน แต่กลับกัน สำหรับใครบางคนแล้วไม่อยากให้มีวันนี้มากที่สุด ไม่อยากจะลืมตาขึ้นมาและรู้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพใด เป็นอย่างไร และยังต้องหายใจ

ตาคมกระพริบตาถี่ๆยกมือหนามาป้องแสงแดดที่ผ่านเข้าตามา ข้างๆเขาไม่มีร่างของใครบางคนอยู่แล้ว

ซ่า~ๆๆ

   เสียงสายน้ำที่กระทบพื้นกระเบื้อง เสียงมาจากห้องน้ำ ร่างสูงพยุงตัวเองขึ้นรู้สึกเหมือนว่ายังแฮงค์อยู่เลย ความปวดจี๊ดขึ้นมาถึงหัวตามคละมาด้วยภาพที่ตนเองเป็นคนกระทำ คิ้วหนาขมวดขึ้นเป็นปมก่อนจะเร่งฝีเท้าเข้าไปในห้องน้ำ ใครคนหนึ่งกำลังล้างตัวเองท่าทางถูกไถแรงๆแบบนั้นบ่งบอกได้เลยว่าความรูสึกของเขานั้นรังเกียจตัวเองถึงขนาดนั้น แว๊บแรกที่คนร่างสูงเห็นความรู้สึกอยากเข้าไปปลอบ หรือที่เรียกที่สงสารมันขึ้นมา แต่เมื่อนึกถึงคำพูดในใจของตัวเองและเหตุการณ์ในอดีตแล้วก็นึกที่จะเกลียดคนตรงหน้าไม่ได้ มือหนาจับไหล่อีกฝ่ายไว้ ทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งอย่างห้ามไม่ได้

"ปล่อยชั้นนะ" จุนซูเค้นเสียดโหดออกมาแม้ตัวเองจะไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงเลย แต่คนร่างสูงกลับไม่สะทกสะท้านกลับจับอีกฝ่ายอาบน้ำให้อีก

"ปล่อยชั้นนะ! ออกไป ไม่ต้องมายุ่ง!" ถึงคนตัวเล็กโวยวายแค่ไหนแต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมปล่อยและละเลย

หลังจากที่ใช้ความลำบากเหลือแสนกับการอาบน้ำให้อีกฝ่าย คนร่างสูงก็อุ้มอีกฝ่ายมาวางไว้บนเตียง มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวเท่านั้นที่ปกปิดร่างอีกฝ่ายไว้ น้ำตาเม็ดโตไหลลงผ่านแก้มอีกฝ่าย มือหนาอดที่จะเอื้อมไปเช็ดไม่ได้

"เอามันออกไปนะ" จุนซูตะวาดพลางปัดมืออีกฝ่ายออกมา

"เจ็บมากหรือไง" คำพูดแรกที่ออกมาจากปากของอีกฝ่ายในวันนี้

"จะเจ็บหรือไม่เจ็บก็ไม่เกี่ยวอะไรกันนาย" จุนซูบอกด้วยน้ำเสียงและสายตาแข็งกร้าว

"ปากแข็งจริงๆ นายเจ็บใช่มั๊ยล่ะ" คำพูดเหมือนจะเยาะเย้ยของยูชอนทำให้คนตัวเล็กหันควับมาจ้องเขม็ง "ชั้นอยากให้นายเจ็บจุนซู อยากให้นายเจ็บมากๆเหมือนที่นายทำไว้กับยูฮวาน"

"ยูฮวาน! กะ แกรู้จักยูฮวานได้ไง" คนตัวเล็กเอ่ยถามด้วยสายตากลัว ตกใจ และมีน้ำตาคลอ

"หึ อยากรู้ชั้นจะพานายไป" คนตัวสูงบอกก่อนจะออกจากห้องไป เปล่าให้คนตัวเล็กยังคงสับสน

 

ร่างสูงขับรถผ่านโบสถ์แห่งหนึ่งไป ไม่นานนักมันก็มาถึงสถานที่อ้างว้างที่มองกี่ครั้งกี่ครั้งก็เศร้าใจ

"ลงมาซะ" คนร่างสูงซึ่งเดินอ้อมมาเปิดประตูให้อีกฝ่ายร้องไห้ แต่คนตัวเล็กกลับตัวสั่นและไม่มีทีท่าจะขยับ

"ไม่ ชั้นไม่"

"ลงมาซะ" คนร่างสูงเอ่ยบอกครั้งสุดท้ายก่อนจะเข้าไปอุ้มอีกฝ่ายลงมา  "ไม่มีรถเข็นนายต้องเดินแล้วกัน" คนร่างสูงบอกพลางช่วยพยุงร่างอีกฝ่ายอย่างสุดแรง

ป้ายชื่อ ....

"ฮึก นายทำอะไรกับยูฮวาน"

"เค้าตายแล้ว"

"ไม่! แกโกหก บอกมานะ บอกมาเดี๋ยวนี้แกทำอะไรกับเค้า ฮึก" ร่างเล็กสะบัดมืออีกฝ่ายออกทำให้ตัวเองล้มลงไปนั่งกับพื้น

"น่าจะรู้ นายเองน่าจะรู้แก่ใจ พ่อกับนายทำอะไรกับน้องชั้นเอาไว้"

"น้อง?" ร่างเล็กแหงนหน้าไปมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแห่งความสงสัยและงุนงง

"ยูฮวาน เป็นน้องชายแท้ๆของชั้น"

"น้องชาย แท้ๆ....."

 

 

  ผมไม่รู้ ผมไม่เคยคิดมาก่อน และผมก็ไม่นึกไม่ฝันเลย ผู้ชายคนนี้คนที่จ้องจะทำร้ายผม ที่แท้จริงก็เพื่อการแก้แค้น แก้แค้นให้คนที่เค้ารัก และคนที่เค้ารักก็คือคนที่ผมรัก ทุกอย่างคือความฝันใช่มั๊ย ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่ใช่ความจริงมันคือสิ่งโกหก มันคือฝันร้าย พระเจ้า ได้โปรดฟังคำวิงวอนของลูกหน่อยเถอะ คนๆนั้นยังมีชีวิตอยู่ใช่มั๊ย ยังหายใจอยู่ใช่มั๊ย

 

 

เจ็ดปีก่อนหน้านี้ ผมอาศัยอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ที่อเมริกา ผมมั่นเรียนแพทย์เพื่อครอบครัว เพื่อพ่อแม่และน้องชายของผมจะได้ไม่ลำบาก แต่ในช่วงสี่ปีนั่น พ่อกับแม่ก็ลาโลกไปโดยไม่ได้ทิ้งคำลาไว้ให้ผมเลย ตอนนั้นผมเหลือแต่น้องชายผมคนเดียว ความฝันของผมค่อยๆวูบลงเรื่อยๆ ถ้าไม่ใช่ยูฮวานที่ให้กำลังใจผม ไม่ใช่เขาที่ทำให้ผมฮึดสู้ ผมคงไม่ประสบความสำเร็จมาถึงวันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำไปนั้นก็เพื่อน้องชายของผม หลังจากนั้นสองเดือนขณะที่ผมจะกลับมาโซล

‘พี่ฮะ ต่อไปนี้ถ้าไม่มีผมพี่ต้องดูแลตัวเองดีๆนะฮะ'

‘พูดอะไรน่ะ ยูฮวานทำไมพูดแบบนั้น'

‘ผมน่ะ มันไม่น่าเกิดมาเป็นน้องพี่เลย ไม่สิผมไม่น่าเกิดมาเลย'

‘ฟังพี่น่ะยูฮวาน ไม่ว่าแกจะทำอะไรผิดมากมายหรือจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย แต่แกก็ยังเป็นน้องชายของชั้นเสมอ'

‘พี่ฮะ ขอโทษน่ะฮะ....'

คำขอโทษครั้งสุดท้าย นั่นเป็นคำสุดท้ายจริงๆ เขาไม่ได้รอเจอผม ไม่ได้เจอเลย ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ผมหลับตาคิดทุกครั้งขณะที่ผมทำงาน ที่ผมทำไปมันสูญเปล่า จะทำไปเพื่อใครกันนะ ผมได้แต่ถามตัวเอง จนวันหนึ่งเรื่องบางเรื่องก็ทำให้ผมจุดประกายฝันต่อไปได้ ฝันที่แหกความถูกต้อง

‘ชั้นชื่อนารา เป็นแฟนของยูฮวานค่ะ พี่ชื่อยูชอนใช่มั๊ย'

เธอพยายามจะตีสนิทกับผม และหล่อนก็อ้างว่าเป็นคนรักของน้องผม แต่ทำไมผมไม่เคยจะได้ยินยูฮวานเล่าเรื่องเลย ผมจึงรู้ทันทีว่าเธอโกหก เมื่อรู้ว่าจับผมได้เธอก็ถอย

‘ชั้นยอมคุณล่ะ ไม่อยากเชื่อเลยชั้นทำทุกวิถีทางคุณก็ไม่ยอมรักชั้น โง่ งี่เง่า เหมืนกับน้องชายคุณไงล่ะ'

‘อย่ามาว่ายูฮวานแบบนั้นน่ะ' ตาคมจ้องเขม็ง

‘รักกันจังนะ น้องชายสุดที่รัก อยากรู้จังว่าถ้าเขาฟื้นขึ้นมาคุณจะรั้งเค้าไว้ได้หรือเปล่าน้า'

‘ชั้นจะบอกอะไรเธอให้นะ' มือหนาบีบคางอีกฝ่ายไว้ และมือเรียวก็พยายามที่จะแกะมันแต่ก็ไม่ได้ผล ‘ปากของเธอน่ะ เก็บมันไว้ให้ดีเถอะเผื่อบางทีมันอาจจะใช้การไมได้ไปเลยตลอดชีวิต' มือหนาปล่อยอีกฝ่ายไป

‘หึ ใครบอกชั้นจะพูดเรื่องนั้นกัน นี่คุณคงไม่รู้สินะว่าน้องคุณนะตายยังไง'

‘.......' ร่างสูงหันมาจ้องอีกฝ่ายตาเขม็ง

‘เหอะ ไม่รู้จริงๆสินะ คนอย่างยูฮวานน่ะไม่ยอมตายง่ายๆหรอก นอกจากคนๆเดียว  "คิมจุนซู" '

ผมบอกตัวเองว่าอย่าเชื่อคำพูดของหล่อน แต่ผมเองก็อยากจะรู้ความจริงเหมือนกัน เงินที่ผมมีมากพอที่จะสร้างบ้านได้เป็นสิบหลัง แต่ผมเองก็อยากรู้ผมเลยจ้างสืบเรื่องของคนๆนั้น เหมือนคนโง่ โง่ที่ต้องการกลับไปย้อนอดีตอีกครั้ง

 

     คิมจุนซู ลูกชายคนเล็กแห่งบ้านตระกูลคิม เอาแต่ใจ และหยิ่งยโส และที่น่าสนใจที่สุด เขาประสบอุบัติเหตุจนเดินไม่ได้ พ่อของเขาจ้างหมอดีมาเพื่อรักษา แต่ก็ไม่มีใครสามารถจะรักษาให้หายได้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมตาลุกวาว คือชายคนนี้เคยคบกับน้องชายผมจริงๆ ผมต้องการรู้จริงๆว่า เขามีส่วนที่ทำให้น้องผมตายได้ยังไง ผมจึงเข้ามาที่บ้านตระกูลคิมแห่งนี้ ใช้สิ่งที่ผมเพียรพยายามทำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ และเป้าหมายหลักๆนั้นก็เพื่อการ "แก้แค้น"

 

   หยดน้ำหยดเล็กๆไหลผ่านหน้าต่างบานเล็กที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อย ท้องฟ้าหม่นหมองเพราะฝนอีกครั้ง ในห้องกว้างห้องนี้ก็ไม่แตกต่าง

มือหนาเอื้อมปิดหน้าต่าง ก่อนจะก้าวมานั่งๆตรงข้ามกับอีกฝ่าย

"บอกชั้นสิ บอกหน่อยว่าทำไม มันเกิดเรื่องบ้าๆแบบนี้ได้ไง! ฮึก...ฮือ" คนตัวเล็กตะโกนถามอีกฝ่ายก่อนจะร้องโฮออกมาอีกครั้ง

"ชั้นมาที่นี่ก็เพราะต้องการคำตอบนี้เหมือนกัน" ยูชอนบอกอย่างใจเย็น

"ฮึก ยูฮวานทำไมนายใจร้ายแบบนี้กัน นายทิ้งชั้นไปแล้วนายยังจะจากชั้น จากไปอย่างไม่มีวันกลับอีก ฮือ" คำตัวเล็กร้องไห้พลางพึมพำถึงคนที่เขารัก

"นายเล่าเรื่องยูฮวานให้ชั้นฟังหน่อยได้มั๊ย อย่างน้อยนายก็ใช้เวลาร่วมกับยูฮวานมากกว่าพี่ชายที่ไม่ได้เรื่องอย่างชั้น" คนตัวสูงเอ่ยขอด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

"ยูฮวานเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดเท่าที่ชั้นเคยเห็นมา" คนตัวเล็กหายใจลึกๆก่อนจะเริ่มเล่า

 

   กลางฤดูหนาวสองปีที่แล้ว หิมะที่หนาวเหน็บนั้นมันขาวโพลนไปทั่วทุกที่ที่ผมมองเห็น มันยิ่งทำให้เหมือนกับว่า ผมอยู่คนเดียวโดดเดี่ยวในโลกกว้างโลกสีขาว

"ขอโทษนะครับ ของคุณหรือเปล่า" เสียงใครคนหนึ่งดังมาจากด้านหลังผม ถึงเขาไม่ได้พูดกับผมแต่มันดังใกล้เกินกว่าที่คนที่อยู่ด้านหน้าอย่างผมจะไปหันหลังกลับไปมอง

"ของคุณใช่หรือเปล่าครับ" ชายคนนั้นถามผมอีกครั้งก่อนจะยิ้มอย่างเป็นมิตร ผมเผลอมองหน้าเขาพักนึง

"คุณครับ" เขาทักผมอีกครั้งทำให้อาการเหม่อลอยของผมหายไป ในมือของเขามีดินสออยู่เล่มนึง เขายื่นมาทางผม

"เอ๊ะ! อ๋อครับของผมเอง ขอบคุณครับ" ดินสอเล่มเล็กที่อยู่ในกระเป๋าผมตอนนี้ไปอยู่ในมือของเขาเรียบร้อยแล้ว

"เอ่อ ถ้าไม่เป็นการเสียมารยาทผมขอทราบชื่อคุณได้มั๊ยครับ" เขาเอ่ยถามอย่างอายๆ แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงชอบเวลาเขายิ้มจังเลย

"คะ..คิม จุนซูครับ" ผมเอ่ยบอกเขาทันที

"เออครับ คุณจุนซู" เขายิ้มอีกครั้ง

"ขอบคุณนะครับเรื่องดินสอ คุณ...."

"ยูฮวานครับ"

"งั้นผมขอตัวนะครับ" ผมรีบเดินจากไปก่อน ก่อนที่ผมจะแสดงอาการอะไรออกไป

แล้วไม่รู้ว่าเหตุผลบังเอิญอะไรถึงทำให้ผมกับเขาเจอกันอีกครั้ง อีกครั้งที่ผมอยากจะเห็นหน้าเขา อยากจะเจอเขา อยากจะมองหน้าเขา และสัมผัสถึงรอยยิ้มนั้นอีกครั้ง

"คุณจุนซู" เขาเดินเข้ามาทักผมก่อน ขณะที่ผมกำลังจะใสกาแฟ

"เอ๋? คุณยูฮวาน"

"ถ้าไม่รบกวนผมนั่งด้วยคนได้มั๊ยครับ" เขาเอ่ยถาม

"เชิญครับ" ผมยิ้มตอบ และนั้นเป็นก้าวแรกของการได้รู้จักผู้ชายคนนั้น

 

 

"งั้นแปลว่านายคบกับยูฮวานไม่นานเอง" ยูชอนเอ่ยถาม

"ใช่ ไม่นานเลยแต่ช่วงเวลานั้นมันมีความสุขมาก" จุนซูเอ่ยบอกเบาๆด้วยรอยยิ้มบางๆ และหยดน้ำตาก็ยังไหลไม่ยอมหยุด

"ถ้าหากรักกันมากแล้วทำไมถึงได้เลิกกันล่ะ"

"ตั้งแต่แม่จากไป ชั้นแยกตัวมาจากพ่อมาอยู่ที่โซล เหมือนตัวคนเดียวเสมอมาจนวันหนึ่งพ่อกลับมา ชั้นไม่เคยบอกใครเลยว่าชั้นเป็นอยู่ยังไงที่โซล และไม่เคยบอกใครว่าชั้นคบกับยูฮวาน พ่อกลับมาพร้อมปัญหาและเรื่องราวที่ทำให้ชั้นลำบากใจ"

"แต่งงาน"

"ทำไมถึงเดาถูกล่ะ" ร่างเล็กเหลือบมองอีกฝ่าย

"เป็นอย่างนี้เสมอไม่ใช่เหรอพวกลูกคนรวยน่ะ เมื่อถึงเวลาก็ถูกบังคับให้แต่งงานกับลูกคนรวยด้วยกัน และก็ต้องสะลัดคนจนๆอย่างพวกเราทิ้ง" คนร่างสูงว่า

"แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไปหรอกนะ" คำพูดของจุนซูทำให้ยูชอนหันมามองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ

"ชั้นหนีออกมาจากงานแต่งงานในวันนั้นเพื่อจะไปหาเขา แต่แล้ว...."

 

 

‘พอสักทีจุนซู พอสักที เลิกตามผมมาสักที'

‘ทำไมกันยูฮวาน ทำไม เพราะชั้นรักนาย แล้วทำไม' ถึงจะอ้อนวอนยังไงเขาก็ไม่มีท่าทีจะมอง ไม่มีเลยที่เขาจะหันกลับมามอง

‘เพราะชั้นไม่ได้รักนายยังไงล่ะจุนซู เลิกตามได้แล้ว ผมมีทางของผม คุณก็มีทางของคุณ'

‘ไหนบอกว่ารักกันไม่ใช่เหรอ รักชั้นมากไม่ใช่เหรอ' เขานิ่งไปพักนึง ผมก็นึกว่าเขาจะเปลี่ยนใจ

‘เมื่อก่อนมันอาจจะใช่อย่างที่คุณว่า แต่ตอนนี้...ตอนนี้น่ะผมไม่ได้รักคุณแล้ว! ได้ยินมั๊ย! ผมไม่ได้รักคุณแล้ว เพราะงั้นเลิกตามผมมาสักที!' เสียงของเขาฟังดูปวดร้าว แต่เป็นผมคนนี้ต่างหากที่เจ็บปวดแทบไม่อยากหายใจ

 

 

"หลังจากนั้นชั้นจะเดินออกมากลางถนน" คนตัวเล็กหลับตาลง น้ำตานับไม่ถ้วนล่วงลงสู่พื้น "ความจริงชั้นน่าจะตายๆไปซะ อยู่ไปชั้นก็ทำอะไรไม่เท่ากับคนอื่น ชั้นพยายามนับครั้งไม่ถ้วนที่จะฆ่าตัวตายแต่สุดท้ายก็ยังได้หายใจ"

"ยูฮวานเองก็คงรักนายมากเหมือนกัน" คนร่างสูงบอกเบาๆก่อนจะเดินออกจากห้องไป

"ขอโทษนะยูฮวาน ชั้นขอโทษนายจริงๆ ฮึก" จุนซูพึมพำกับตัวเองก่อนจะล้มตัวนอนซุกหน้ากับหมอน

 

 

   นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่เผลอหลับไป นานเท่าไหร่แล้วที่ความเจ็บปวดเมื่อกี้มันหายไป แพขนตากระพริบๆถี่ๆแต่ต้องหรี่ตาเอาไว้เมื่อตรงหน้านั้นมันเต็มไปด้วยแสง

"ตื่นแล้วเหรอ" เสียงคุ้นเคยดังอยู่ข้างๆอีกฝ่าย

"พี่ยุนซู มาอยู่ที่นี่ได้ไง" คนตัวเล็กพยายามลุกขึ้นนั่ง

"เมื่อเช้านี่เอง คุณพ่อยังติดงานอยู่ที่อเมริกากว่าจะกลับมาโซลคงนานเลยล่ะ" มือหนาช่วยอีกฝ่ายพยุง

"นี่มันโรงพยาบาลไม่ใช่เหรอ" จุนซูเอ่ยถาม

"อืมโรงพยาบาล"

"แล้ว?...."

"เรารู้เรื่องหมอจอมปลอมนั้นหมดแล้วล่ะ นี่ถ้าไม่ใช่ยูรีเอ่ยปากบอกพี่ก็คงไม่รู้"

"ยูรีบอกอะไรงั้นเหรอ" จุนซูถามอย่างอยากรู้

"ก็ไม่มีอะไรหรอก แต่รู้มั๊ยหมอนั้นน่ะเป็นพี่ชายของยูฮวาน ที่เค้าเข้ามาที่นี่คงเป็นเพราะแก้แค้นพวกเราแน่เลย แต่ดีนะที่นายไม่เป็นอะไรไม่งั้นพี่คงฆ่าหมอนั้นคามือแน่เลย ตอนนี้พวกูกน้องเรากำลังตามล่าเค้าอยู่"

"แล้วยูฮวานล่ะครับ ตอนนี้เค้าอยู่ที่ไหน" คนตัวเล็กเอ่ยถามพี่ชายพลางจ้องด้วยสายตาเค้นเอาความจริง

"เอ๋? ทำไมถามแบบนั้นล่ะ พี่จะไปรู้เค้าได้ไง" ยุนซูเอ่ยบอก

"พี่กับพ่อทำอะไรเค้า พี่บอกผมมานะ"

"จุนซู" ยุนซูเห็นสีหน้าของน้องชายก็ทำหน้าสลดใจ

"ทำไมเค้าได้ตาย ฮึ..พี่กับพ่อทำอะไรเค้า" น้ำตาใสๆเริ่มไหลออกมาให้เห็นอีกครั้ง

"เค้ากระโดดลงมาจากดาดฟ้า จุนซูที่พี่กับพ่อปิดเรื่องนี้ก็เพราะไม่อยากให้นายเสียใจ"

"แล้วที่อยู่ชั้นดีใจงั้นเหรอ ฮึก.."

"น้องพี่ ไม่มีอะไรเลวร้ายอีกแล้วล่ะ ต่อไปนี้เราจะเจอแต่สิ่งดีๆ"

ปิ๊บๆ...ปิ๊บๆ...ปิ๊บๆ

มือหนาล้วงโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าหน้าอกก่อนจะเดินไปที่หน้าต่าง

"ว่าไง............งั้นเหรอ จับตาดูไว้อย่างให้คลาดสายตาชั้นจะรีบไป" สั่งจบก็ตัดสายไปก่อนจะเดินมาหาคนตัวเล็ก "พี่จะออกไปทำงานแปปนะ จะสั่งพยาบาลมาคอยดูแลไม่ให้ห่างสายตาเลย เดี๋ยวมานะ" บอกพลางขยี้ผมอีกฝ่ายเบาๆแล้วเดินออกจากห้องไป

ไม่รู้เพราะอะไร สิ่งแรกที่เข้ามาในใจผมคือความรู้สึก ‘ห่วง' ห่วงใครบางคน และเรื่องที่พี่ยุนซูคุยทางโทรศัพท์เมื่อกี้จะเป็นเรื่องที่ผมคิดหรือเปล่านะ จะเกี่ยวกับคนๆนั้นหรือเปล่านะ

"ไม่ให้ห่างสายตาเลย งั้นเหรอ" คนตัวเล็กทวนคำพูดเมื่อกี้ของพี่ชาย

แอ๊ด~

ประตูห้องเปิดออก ปรากฏร่างของหญิงคนหนึ่งเธอใส่ชุดสีขาว

"ขอโทษนะค่ะ คุณจุนซูสินะค่ะ ชั้นเป็นพยาบาลจะมาดูแลคุณค่ะ" หญิงสาวเอ่ยบอก

"ขอโทษนะ คือผมอยากได้น้ำส้มจังเลยครับ ช่วยซื้อให้หน่อยได้มั๊ย"

"อ๋อ เอ่อจะดื่มเลยเหรอค่ะ" หล่อนเอ่ยถามอีกครั้ง

"ใช่" คนตัวเล็กเอ่ยอย่างมุ่งมั่น

"งั้นรอสักแป๊ปน่ะค่ะ" เธอบอกก่อนจะออกจากห้องไป เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไปแล้วจุนซูก็คิดจะทำอะไรบางอย่าง

"ขอโทษนะคุณพยาบาล" ร่างเล็กเอ่ยลอยๆ

 

 คนตัวเล็กเคลื่อนรถเข็นออกมาจากห้องด้วยความระมัดระวังแต่เพราะไม่ใช่รถเข็นของเขามันจึงยากลำบาก แต่มันยิ่งยากลำบากกว่าอีกเมื่อพยาบาลคนเมื่อกี้วิ่งพรวดพราดทั้งโรงพยาบาลจนทำเอาจุนซูต้องหลบก่อน

"ทำไงดี จะทำไงดี" คนตัวเล็กลุกลี้ลุกลนถามตัวเอง แต่ก็ไม่ได้คำตอบนั้นเลย ตาใสเหม่อมองไปที่ขาตัวเอง "ทำได้สิ ต้องทำได้" มือเล็กจับรถเข็นไว้แน่นก่อนจะพยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้น แต่ก็ต้องทรุดลงนั่งเหมือนเดิม

"จุนซู อย่าท้อสิ อย่าท้อ" คนตัวเล็กบอกกับตัวเอง และคำพูดของใครบางคนก็แบเข้ามาในความคิด

‘ไม่มีอะไรยากลำบากหรอกถ้าทำเพื่อคนที่เรารัก'

"ใช่ยูฮวาน ไม่มีอะไรยากเลย ขอบคุณนะที่ให้ชั้นได้เจอเค้า" คนตัวเล็กพยายามยันตัวเองลุกขึ้นอีกครั้ง และดูเหมือนมันจะได้ผล ถึงจะรู้สึกว่าเหนื่อยและใช้พลังงานมาก

"เพราะนายที่ทำให้ชั้นยืนได้อีกครั้ง จะยากอะไรถ้าจะเดิน" คนตัวเล็กบอกกับตัวเองก่อนจะก้าวออกไป แต่ก็ถึงกับล้มลง มือเล็กเอื้อมไปจับรถเข็นเป็นหลักก่อนจะยืนขึ้นอีกครั้ง สายตาเล็กยังหวาดระแวงว่าพยาบาลคนนั้นจะเจอเข้าเพราะงั้นจึงต้องรีบ

"จะยากอะไรถ้าจะเดินจุนซู นายต้องทำได้ จะยากอะไร จะยากอะไรถ้าทำเพื่อคนที่เรารัก" ก้าวแรกของคนตัวเล็ก เขาเดินได้จริงๆถึงจะยังยากลำบากและก้าวไม่ค่อยออก แต่เขากำลังเดินโดนไม่พึ่งอะไร

"ต้องรีบแล้วละ" บอกกับตัวเองก่อนจะรีบก้าวเดิน ในที่สุดก็ออกมาจากโรงพยาบาลได้อย่างไม่มีปัญหา

"อยู่ไหนกันนะ" คนตัวเล็กหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดโทรหาใครบางคน

 

 

แค่ตอนนี้ ตอนนี้เท่านั้น อย่าเพิ่งเกิดอะไรขึ้นเลย ขอร้องล่ะยูชอนนายห้ามเป็นอะไร นายต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำกับชั้น

ขาเล็กก้าวไปเรื่อย มันดีกว่าตอนเดินก้าวแรก แต่มันก็ยังรู้สึกว่าเหนื่อย

"รอชั้นก่อนนะยูชอน"

 

อีกฝ่าย

มือหนาดึงหมวกลงมาปิดหน้าแล้วกระชับเสื้อหนาวเข้าไปอีก

"จะหนีไปไหนอีก คุณหมอปาร์ค" เสียงของคนด้านหลังทำให้คนร่างสูงหยุดเดิน

"........."

"แย่จังเลยนะ ทั้งที่พยายามเนียนมาตลอดแต่สุดท้ายก็ถูกจับได้เนี่ย" อีกฝ่ายเอ่ยบอก

"ชั้นไม่ได้เนียนสักหน่อย พวกแกดูกันไม่ออกเอง" ยูชอนเอ่ยบอกพลางหันมองทางหนี

"ไม่ต้องหนีแล้ว ยังไงๆแกก็ถูกพวกเราจับได้"

"ก็ลองจับดูมั๊ยล่ะ" คนตัวสูงบอกก่อนจะเร่งฝีเท้าวิ่งไป ส่วนอีกฝ่ายวิ่งตามมาติดๆ

สายฝนเริ่มโปรยลงมาอีกแล้ว ร่างสูงพยายามวิ่งหนีให้เร็วที่สุด

ปัง!ๆๆ

เสียงปีนดังไล่หลังมาและในจำนวนลูกกระสุนที่ระเบิดออกมา ก็มีลุกหนึ่งที่เฉี่ยวแขนของเขาจนต้องทรุดนั่งลงไป เขาไม่รู้ว่าชะตากรรมข้างหน้าจะเป็นยังไงแต่เขาไม่อยากเสียอีกแล้ว ยังไงก็แล้วแต่แค่มีชีวิตรอดก็พอ ยูชอนจึงลุกขึ้นยืนและวิ่งหนีอีกครั้ง

เอี๊ยด~

เสียงรถคนหนึ่งเบรกกะทันหันเพราะมีคนที่วิ่งตัดหน้ารถ

เอี๊ยด~ ปี๊นๆๆ!!

เสียงเบรกรถและเสียงแตรรถดังรัวเมื่อกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งวิ่งตัดหน้า พวกเขาเสียเวลาเพราะรถบางคันแล่นตัดหน้าไป

"โธ่เว้ย!" ยุนซูสบถขึ้นพลางมองหาร่างสูงไปทั่ว

ฝ่ายยูชอนที่วิ่งลับสายตายุนซูมาแล้ว ก็หลบตัวในซอกของตึกแห่งหนึ่ง แต่สายตาคมยังภวังค์ว่าอีกฝ่ายจะตามมา การหายใจหนักปนหอบรู้ได้ทันทีว่าเหนื่อยมากแค่ไหน แล้วยังจะมีแผลที่แขนอีก

หมับ!

"!" มือใครบางคนที่จับข้อมือเขาตอนนี้ทำเอาตกใจ

"ยูชอน" แต่เสียงที่คุ้นๆนั้นทำให้ใจชื้นขึ้นมา

"จุน..."ไม่ทันที่คนร่างสูงจะเอ่ยชื่ออีกฝ่ายเต็ม ร่างเล็กก็กอดอีกฝ่ายไว้แน่น

"คนบ้า ฮึก หนีมาไม่บอกกันบ้างเลย" บอกพร้อมสะอื้น

"มาได้ไงกัน" คนตัวสูงเอ่ยถามอย่างสงสัย

"ก็วิ่งมานะสิ" จุนซูผละออกจากอีกฝ่ายแล้วจ้องอีกฝ่ายเขม็ง

"วิ่งมา?" ตาคมจ้องอีกฝ่ายอย่างงงๆ ก่อนจะมองขาอีกฝ่าย

"เพราะนายไม่ใช่หรือไงที่ทำให้ชั้นเดินได้น่ะ แล้วหมอบ้าที่ไหนกันที่หนีคนไข้มาน่ะ" คนตัวเล็กว่าอย่างงอนๆ ทั้งที่น้ำตายังไหลอาบแก้ม

"นี่นาย" ร่างสูงมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ

"ไม่ต้องมามองชั้นแบบนั้นเลยนะ หมออย่างนายน่ะตายๆไปได้ก็ดี ฮึก ใจร้าย เห็นแก่ตัว ไม่เห็นใจกันบ้างเลย แล้วทำไมชั้นต้องรักคนอย่างนายด้วยก็ไม่รู้"

"จุนซู..."

"ไม่ต้องมาเรียกชื่อชั้นลอยๆนะ ชั้นน่ะ...." ไม่ทันที่คนตัวเล็กจะพูดจบปากนุ่มก็ทาบลงบนปากอีกฝ่าย

"ชั้นน่ะรักนาย" คนตัวสูงเอ่ยบอกหลังจะผละออกจากอีกฝ่ายแล้ว

"คนบ้า!" คนตัวเล็กตะโกนด่าพลางตีที่แขนอีกฝ่าย

"โอ้ย!" และดันไปตีข้างเดียวกับแผลของยูชอน จนคนร่างสูงร้องโอย

"ปะ เป็นอะไร" มือเล็กจับแขนอีกฝ่ายมาดูแต่เพราะความมืดจึงมองไม่ชัดแต่สิ่งที่สัมผัสได้มันทำให้ใจเล็กๆดวงนั้นอดหวั่นไม่ได้

"เลือดเหรอ บอกชั้นหน่อยนี่เลือดเหรอ" คนตัวเล็กเอ่ยถามอย่างตกใจ

"ไม่เป็นไรหรอกแค่เฉี่ยวไปน่ะ" อีกฝ่ายบอกพลางจับแขนเอาไว้

"ยังจะบอกว่าไม่เป็นไรอีก เลือดไหลขนาดนี้น่ะ" คนตัวเล็กว่าอย่างห่วง

"หึ นายเนี่ยเวลาทำตัวน่ารักก็น่ารักไม่ใช่น้อยนี่" คนตัวสูงเอ่ยปากชมทำเอาอีกฝ่ายหน้าอดหน้าแดงไม่ได้

"เงียบไปเลยนะ ไม่ต้องมาพูดแบบนั้นเลย นี่นายชั้นพูดไม่สนใจงั้นเหรอ เดี๋ยวเหอะ!"

"ชู่ว์~" มือหนาปิดปากอีกฝ่ายเอาไว้เมื่อสังเกตเห็นกลุ่มคนที่ตามมา

"อยู่ไหนวะ หาให้ทั่วเจ็บได้ไม่ต้องปล่อย" เสียงของผู้เป็นนายเอ่ยบอก ทำเอาคนตัวเล็กที่ฟังอยู่ใจสั่นขึ้นมา

"พี่ยุนซูงั้นเหรอ" จุนซูเอ่ยเบาๆพลางจะก้าวเท้าออกไปแต่คนร่างสูงก็รั้งไว้ก็จะจับมืออีกฝ่ายวิ่งไปกับตน แต่โชคร้ายที่ชายพวกนั้นสังเกตเห็นพวกเขา

"เฮ้ย! คุณชายนั่นครับ" ชายหนึ่งในพวกนั้นชี้ไปที่เงาคนสองคนที่วิ่งไป

"ตามไปสิเว้ย" ผู้เป็นนายสั่ง

 

สายฝนยังโหมกระหน่ำไม่ยอมหยุดเหมือนคนบ้า ความมืดทำให้ยิ่งดูหว้าเหว่ สายลมทำให้เกิดความกลัวขึ้นเมื่อรู้ตัวว่าไม่มีทางหนีอีกต่อไปแล้ว

"ดาดฟ้า ยูชอน...ทำไง" คนตัวเล็กเอ่ยถามอย่างพะหว้าภวังค์ใจ

"ไม่เป็นไร นายไปหลบเถอะชั้นจะรับมือเอง" ยูชอนบอกก่อนจะปล่อยมืออีกฝ่าย

"จะบ้าหรือไง บ้าไปแล้วเหรอจะให้ชั้นทิ้งนายได้ไง" คนตัวเล็กโวยวาย

"ชั้นไม่อยากให้นายเดือดร้อน จุนซู ไปเถอะ"

"ไม่ ชั้นจะอยู่กับนาย พี่ยุนซูไม่มีทางทำร้ายชั้น แต่ถึงจะทำร้ายชั้นก็จะตายพร้อมนาย" จุนซูพูดอย่างมั่นใจ

"เพ้อเจ้อน่า ใครจะตายกัน เฮ้อ~ ฟังชั้นนะจุนซู ตอนนี้นายเดินได้แล้วอนาคตของนายยังอีกไกลอย่างเอาชีวิตมาทิ้งกับชั้น อย่าจมอยู่กับคนๆเดียวอย่าคิดว่าคนๆนั้นดี เขาน่ะเลวที่สุด เขาทำร้ายนาย แล้วนายยัง..."

"หนวกหู! หุบปากของนายไปซะ แล้วรู้ไว้ซะด้วยคิมจุนซูคนนี้ถ้าคิดจะทำอะไรแล้ว ชั้นจะไม่ถอยกลับ" จุนซูบอกด้วยน้ำตาและสายตาที่มุ่งมั่นแบบสุดๆ

"นายยังไม่เข้าใจอีกเหรอ" คนร่างสูงว่าอย่างน้อยใจ

"ชั้นไม่เข้าใจเหตุผลของนาย แต่นายรู้มั๊ยเหตุผลของชั้นก็คือ รักนายไง เพราะสิ่งนี้แหละที่ทำให้ชั้นยืนด้วยตัวเองได้อีกครั้ง จนถึงตอนนี้นายจะไล่ชั้นไปอีกเหรอ มันจะไม่ใจร้ายเกินไปงั้นเหรอ ไหนบอกว่ารักกันไม่ใช่เหรอ ปาร์ค..." ไม่ทันที่คนตัวเล็กจะพูดจบมือหนาก็คว้าตัวอีกฝ่ายหลบไปด้านหลังเขา

"คุณปาร์คยูชอน เก่งจริงๆเลยนะแกเนี่ย ลูกกระสุนเมื่อกี้ชั้นมันไม่น่าพลาดเลย"

"จะเอายังไงว่ามา" ยูชอนเอ่ยถาม

"ไม่เอาไงหรอกแค่อยากให้นายได้รู้ว่าทำอะไรพลั้งไปแล้วมันจะแก้ไม่ได้ นายบังอาจมาหลอกพ่อชั้น หลอกชั้น แล้วยังจะหลอกน้องชายชั้นอีก"

"พวกแกเองก็หลอกน้องชายชั้น" คำพูดของยูชอนทำเอาคนที่อยู่ด้านหลังเขาหวั่นขึ้นมา

"พูดมากน่า ยังไงแกก็ตายอยู่แล้ว!"

"อย่านะ!!" สิ่งที่ทำให้ยุนซูไม่กล้าเหนี่ยวไกปืนคือร่างเล็กของใครบางคนที่มาบังร่างยูชอนเอาไว้

"จุนซู" พี่ชายเอ่ยชื่อน้องอย่างแปลกใจ

"ห้ามทำอะไรเค้าเด็ดขาด ห้ามนะ"

"มาอยู่ที่นี่ได้ไง แล้วขา..."

"พี่ยุนซูหยุดเถอะ อย่าทำอะไรเค้าเลย" คนตัวเล็กเอ่ยขอพี่ชาย

"หลีกไปซะจุนซู พี่ไม่อยากทำอะไรแกเลยนะ"

"ทำไมกัน พี่ยุนซูคนที่อ่อนโยนไปไหนกัน"

"มันเป็นคำสั่งของคุณพ่อ แกต้องเข้าใจพี่บ้าง"

"ชั้นไม่เข้าใจหรอก ไม่เข้าใจเลย พี่กับพ่อทำอะไรยูฮวานชั้นไม่รู้ แต่ขอให้เขาเป็นคนสุดท้าย พี่ยุนซูปล่อยเราไปเถอะ" คนตัวเล็กเอ่ยขออย่างยากเย็น

"คุณชาย คุณท่านโทรมาครับ" ลูกน้องยุนซูส่งโทรศัพท์ให้

"ครับคุณพ่อ (งานที่พ่อให้ไปยังไม่เสร็จอีกเหรอ) ใกล้แล้วครับ (แล้วจุนซุอยู่ที่นั้นด้วยหรือเปล่า) ครับจุนซูอยู่ครับ แต่ผมว่างานคงไม่เสร็จ (ถ้ามันดื้อก็ฆ่ามันด้วยไปเลย)!คุณพ่อ แต่นั้น(ชั้นรู้ แต่คนทรยศน่ะ ชั้นไม่อยากเลี้ยง ถ้ามันคิดว่ามันถูกเราผิดเราก็ฆ่ามัน) คุณพ่อ..." พูดจบยุนซูก็วางหูโทรศัพท์ไป ก่อนจะหันมองน้องชายอย่างเหนื่อยใจ

"พวกแกลงไปก่อน" ร่างสูงสั่งลูกน้อง

"พี่จะทำอะไร" คนตัวเล็กเอ่ยถามขณะที่อยู่ด้วยกันสามคน

"พ่อบอกให้ฆ่าแก" ยุนซุบอกก่อนจะเล็งปืนไปทางสองคน

"!"

"ชั้นยอมแล้ว" คนร่างสูงบอกก่อนจะหันมาหาคนตัวเล็ก "ไปซะจุนซู ไปหาที่ที่นายควรไป อยู่ที่ที่นายควรอยู่ ชั้นเองก็ควรจะไป ขอโทษที่ชั้นมัวแต่โทษนาย"

"ยูชอน ไม่"

ปัง!!!

"ยูชอน!!!!"

 

 

สามปีต่อมา

"มิคกี้มากินข้าวเถอะ" เสียงใสๆของใครบางคนดังมาจากในครัว ทำให้คนร่างสูงที่นอนอยู่ลุกขึ้นกะทันหันก่อนจะเดินไปทางครัว

"น่ากินจังแหะ" คนตัวสูงเอ่ยบอก

"ไม่เห็นจะน่ากินเลย สามปีมาเนี่ยมันไม่แตกต่างเลยด้วยซ้ำ ชั้นเนี่ยไม่มีพรสวรรค์แบบนี้เลย"

"ใครบอกอาหาร ชั้นพูดถึงนาย" คนร่างสูงเอ่ยปากบอก

"บ้าน่า กินข้าวไปเลย" คนตัวเล็กแหวใส่แต่ก็อดหน้าแดงไม่ได้

"จุนซู.."

"นี้ บอกให้เรียกเซียไงเล่า อย่างเรียกจุนซูได้มั๊ยขืนใครได้ยินจะยุ่ง"

"นี่มันเกาะน่ะ อีกอย่างมันก็ไกลจากโซลตั้งเยอะ แถมจุนซูกับยูชอนก็ตายไปแล้วด้วยไม่มีใครสงสัยเราหรอก" ว่าจบคนตัวสูงก็รวมตัวอีกฝ่ายมากอด

"ถึงงั้นก็เหอะ ยังไงชั้นก็อดห่วงไม่ได้" คนตัวเล็กว่าอย่างกังวล

"ไม่ต้องห่วงแล้วล่ะ ชั้นจะปกป้องนายเอง ชั้นจะไม่ให้ใครมาทำอะไรนาย" คนตัวสูงเอ่ยบอก

"งั้นชั้นก็จะปกป้องนาย ไม่ให้ใครทำร้ายนายเหมือนกัน"

"อืม งั้นขอจุ๊พทีนึงน้า" ไม่ทันที่คนตัวเล็กจะอนุญาตหรือปฏิเสธคนตัวสูงก็หอมแก้มเขาฟอดใหญ่

"คนบ้า! ฉวยโอกาสชะมัดเลย"

"นายเนี่ยน่ารักจังแหะมองกี่ทีก็ไม่เบื่อเลย ชั้นน่ะรักนายมากรู้มั๊ย"

"ชั้นก็รักนายยูชอน" คนตัวเล็กบอก

 

ย้อนไปสามปีที่แล้ว

ปัง!!!

"ยูชอน!!!" เสียงจุนซูตะโกนก้องเขาหันหลังไปมองร่างสูงที่นอนกองกับพื้นก่อนจะเข้าไปโอบอีกฝ่ายไว้

"เขาไม่เป็นไรหรอกจุนซู" ยุนซูเอ่ยบอกก่อนจะทิ้งปืนลง

"ไม่เป็นไรได้ไง ก็เห็นๆอยู่ว่าพี่ยิงเค้า ฮือ ทำไมพี่ใจร้ายแบบนี้" คนตัวเล็กโวยวาย

"จุนซู" เสียงคนที่นอนอยู่เรียกชื่อคนตัวเล็ก

"เอ๊ะ! ยูชอนนาย นายยังไม่ตาย"

"ชั้นไม่ตายหรอก ไม่ได้โดนยิงอย่างที่นายคิดด้วย" คนตัวสูงบอก

"หา? แล้วนาย นายล้มทำไม"

"ชั้นเหนื่อยน่ะสิ ชั้นวิ่งมาทันวันจะเป็นลมอยู่แล้ว" คนตัวสูงว่า

"หึๆ ทำเป็นโลมาตื่นตูมไปได้" ยุนซูว่าพลางนั่งใกล้ๆยูชอน

"ต่อไปนี้ พวกนายต้องไปจากโซลสักพักใหญ่ๆ เปลี่ยนชื่อซะ ส่วนชั้นจะกลับไปบอกพ่อว่านายตายไปแล้ว ส่วนจุนซูก็หายสาบสูญไป ถ้าหากว่าไม่ได้เจอกับสักพักเรื่องการตามหาคงเงียบ" บอกพลางล้วงอะไรบางอย่างจากกระเป๋า "เงินพวกนี้เอาไปใช้ซะ มันอาจไม่มากแต่ยังไงพวกนายต้องดิ้นรนกันเอาเอง" ว่าเสร็จหันมาหาน้องชายก่อนจะเอื้อมมือจับไหล่อีกฝ่ายเบาๆ "พี่ขอโทษนะที่ทำให้นายมีความสุขไม่ได้เลย พี่มันเป้นพี่ชายที่ไมได้เรื่องจริงๆเลย"

"ใครบอกล่ะ พี่เป็นพี่ชายที่ดีที่สุดในโลกเลยล่ะ" คนตัวเล็กเอ่ยบอกก่อนจะโผกอดอีกผ่าน

"พี่ใจร้ายเหมือนพ่อไม่ได้หรอก เพราะยังไงแกก็เป็นน้องชายของชั้น เอาล่ะไปกันได้แล้ว รักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้วค่อยไป ยูชอนฝากน้องชั้นด้วย"

 

  และตั้งแต่วันนั้น ผมกับยูชอนก็ย้ายมาที่เกาะเล็กๆซึ่งห่างไกลจากตัวเมืองมาก มันไม่ได้มีความสะดวกสบาย แต่คุณรู้อะไรมั๊ย ความสุขที่ผมได้มันมากมายจนลบเรื่องทุกอย่างที่เกิดที่นั้นได้เลย

"ขอบคุณนะยูฮวานที่ทำให้ชั้นได้รู้จักเค้า ขอบคุณมาก"

 

~ In The End ~

--------------------------------

Talk:สักหน่อย แปลกจังเลยคะ แบบว่าคนเข้าชมเนี่ยเยอะจัง แต่คนเม้นมีแค่สองคน ฮ่าๆ อะไรกันเนี่ย ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่เม้นให้นะคะ จากใจจริงเลย ^^

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry