SF- This Love 사랑해
posted on 04 May 2010 10:32 by junsumyprettyboy in Short-FictionSF- This Love 사랑해
Author: llmy xiahll
Couple : minsu
Note: ตอบสนองความต้องการของตัวเองคะ หาฟิคคู่นี้อ่านไม่ค่อยเจออย่างนั้นก็แต่งเองซะเลย ฮ่าๆ ชอบกันหรือเปล่าไม่รู้นะคะ ขอให้อ่านให้สนุกนะคะ
....หากบอกออกไป พี่จะเชื่อเหรอว่าผมรักพี่......
ยามบ่ายวันหนึ่ง
อากาศร้อนระอุเหมือนอยู่ตู้อบเมื่อหลังจากเสร็จสิ้นจากการแสดงคอนเสิร์ตของเราพึ่งผ่านพ้นไป พวกเราทุกคนรวมทั้งคนๆนั้นนั่งรถตู้กลับที่พักด้วยสภาพเหนื่อยอ่อนตามร่างเต็มไปด้วยเหงื่อชุ่มและไม่มีใครคิดจะเปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อน
จะว่าโชคดีหรือโชคร้ายของผมกันนะที่วันนี้ผมนั่งเบาะหลังกับคนๆนั้น
"ชางมิน หยิบน้ำให้หน่อยดิ" ปากแดงๆเปร่งเสียงสั่ง ผมละสายตาจากใบหน้าหวานก่อนจะเอื้อมหยิบขวดน้ำตรงข้างเบาะที่ผมนั่งอยู่ส่งให้เจ้าตัว
เขารับขวดน้ำจากมือผมก่อนจะเปิดฝายกกระดกอย่างกระหายอยาก สายน้ำสายสั้นที่ไหลออกมาจากปากเล็กๆนั้นค่อยๆไหลผ่านซอกคอขาว ผ่านกระดูกไหปลาร้าที่สวยไม่แพ้ของพี่ยูชอน ผ่านอกบาง ก่อนจะถูกเนื้อผ้าซึมซับจนหายไป มันทำให้ผมเผลอมองเรือนร่างสวยอย่างไม่วางตาพลางลอบกลืนน้ำลายตัวเองไปด้วย
...แม่ครับ แค่คนๆเดียวทำให้ผมเบี่ยงเบนเลยเหรอครับ...
สายตาของผมมองไล่ต่ำเหมือนจะโลมเลียไม่มีผิด และขณะที่ผมค่อยๆมองไล่กลับไปนั้นผมก็เทียบชะงักเพราะคนน่ารักกำลังจ้องมองผมเหมือนกัน แต่สายตานั้นเหมือนจ้องจับผมอยู่
"มองอะไรชางมิน" แววตากลมใสจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่องขณะเอ่ยปากถาม
"ปล๊าวน้า" ผมตอบเสียงยาว แกล้งหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างฉับพลัน เกิดจุนซูผมกลัวแสนกลัวว่าคนตรงหน้าต้องเกลียดผมแน่ๆหากรู้ความจริงว่าผมคิดยังไงกับเขา
"โกหก!! สายตานายมันฟ้อง" นิ้วชี้ประกาศิตของจุนซูเล่นเอาผมสะดุ้งทำอะไรไม่ถูก
...ความแตกแล้วเหรอ แบบนี้สิท่าที่เค้าเรียกว่าดวงตาเป็นหน้าตาของหัวใจ แย่ล่ะชางมิน...
"นายคิดในใจว่าชั้นอ้วนใช่มั๊ยล่ะ"
"เอ๋ ?" ผมอุทานถามเสียงหลง จุนซูย่นคิ้วตาตก เบ้ปากหันมามองผมเหมือนเด็กโดนแกล้ง
"อีกแล้วอ่ะ เดือนนี้เพิ่มตั้งสองกิโล อ๊า~ ถ้าชั้นลดไม่ได้ชั้นต้องอ้วนเป็นหมูแน่เลยชางมิน" ปากน้อยๆพร่ำไปมือก็คว้าแขนผมเขย่าไปมา ไอ่ตัวผมยิ้มบางๆแอบถอนหายใจออกมาไม่ให้ใครเห็น นึกว่าโดนจับได้ซะแล้วเชียว
"ไม่เห็นจะอ้วนตรงไหนเลย" ผมบอก ใช่! จุนซูนะเซ็กซี่จะตายไป เหอะๆ -.,-
"ไม่อ้วนได้ไง! ดูขาชั้นสิ พุง แล้วก็อก ไหนจะก้นนี่อีก ไม่เชื่อนายก็จับดูสิ"
ผมสะดุ้งรอบสองด้วยความตกใจ มาบอกให้ผมจับ แค่มองอย่างเดียวผมก็จะสติแตกอยู่แล้วนะ
"พะ พอเถอะ ชั้นเชื่อนายก็ได้"
"เห็นมั๊ยล่ะ นายคิดว่าชั้นอ้วนจริงๆด้วย"
"เอ้า! ก็นายยุ่งให้ชั้นเชื่อเองนี่" เด็กไม่รู้จักโตคนนี้นิ
"ชริ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ชางมินน่ะใจร้ายไม่นั่งกับนายแล้ว ไปนั่งกับพี่แจดีกว่า" คนน่ารักเกิดอาการงอนอย่างรุนแรงครับ ทำผมต้องออกแรงอีกแล้ว
"เดี๋ยวสิจุนซู มานั่งดีๆนี่ พี่ยุนเค้ากำลังหลับอย่าเสียงดังสิ" ผมคว้าหมับที่แขนเขาก่อนจะออกแรงนิดหน่อยให้คนแสนดื้อดลับมานั่งที่เดิม
"ไปนั่งก็ยูชอนก็ได้" นั่นไง พอเห็นว่าพี่ยูชอนอยู่ใกล้กว่าพี่แจก็จะไปอีกทันที เห็นทีมือเดียวไม่อยู่แล้วครับ นั่งกับพี่แจอันตรายแล้วกับพี่ยูชอนอันตรายกว่ามากมาย ผมไม่ยอมให้จุนซูวิ่งเค้าถ้ำเสือหรอก
"ชั้นไม่ได้คิดว่านายอ้วนเลยนะ ขอโทษก็ได้ มานั่งดีๆเถอะ" ลูกแมวแสนดื้อทำท่าทางฟึดฟัดอยู่ครู่ก่อนจะยอมกระแทกก้นนั่งลงที่เดิม
"คอยดูนะชั้นจะเอาจานข้าวนายไปซ่อน" ผมอมยิ้มกับประโยคที่ได้ยิน ทำได้แค่นี้เหรอจุนซู
"เอาเถอะ ชั้นยอม จะทำอะไรก็ตามใจ" อืม..ดูเหมือนคำพูดของผมจะยิ่งทำให้เขาไม่พอใจมากกว่าเดิม โถ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เขาโกรธนะครับ แต่ก็เอาเถอะใครๆก็รู้จุนซูน่ะโกรธง่ายหายไว
ผมลืมตาขึ้นช้าๆ พึ่งรู้ตัวว่าเผลอหลับไประยะทางกลับบ้านทำไมมันยาวกว่าทุกวันนะ แสงแดดที่ลอดผ้าม่านทำให้ต้องหยีตามองทิวทัศน์ด้านนอก เมื่อประสาทสัมผัสกลับมาพร้อมใช้งานเต็มประสิทธิภาพอีกครั้งผมก็รู้สึกถึงแรงกดที่ไหล่ด้านขวา
และพอหันกลับไปเท่านั้นแหละ ทุกคนครับผมแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากหัวใจตัวเองที่เต้นตุบๆ ตุบๆ เหมือนจะหลุดออกมาจากอกให้ได้ หัวกลมๆของจุนซูซบอยู่บนไหล่ของผม กลิ่นผมอ่อนๆที่ชื้นเหงื่อของเขาทำเอาใจผมสั่นๆอย่างบอกไม่ถูก
จุนซูขยับตัวให้นอนสบายขึ้น ผมรู้สึกถึงแรงทิ้งตัวของเขาที่เทใส่ทำให้ผมเปรียบเหมือนเบาะนุ่มๆยังไงยังงั้น เนื้อนุ่มนิ่มเนียนละเอียดของเขาเนียบชิดกับผิวเนื้อของผมทำเอารู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาทันที เรียกรถพยาบาลให้ผมที
"จุนซู" ผมกระซิบเรียกเขาเบาๆ ไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง
ผมชะโงกหน้ามองทางข้างหน้า อีกไม่นานรถก็จะแล่นเข้าอุโมงค์ คิดถึงความมืดที่กำลังจะถึงทำเอาผมอดยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาไม่ได้ เหลือบมองคนที่หลับลึกข้างๆ และพอความมืดเข้าปกคลุมเท่านั้นแหละ!
เนื้อเนียนตรงแก้มใสๆนั้นนุ่มกว่าที่คิดจนจมูกผมจมลึกเข้าไปลึกใช้ได้ อยากเลื่อนองศาแนบปากกับปากแต่หากทำอย่างนั้นผมก็จะกลายเป็นคนไม่รู้จักพอ สุดท้ายแล้วผมตัดสินจะผละออกมา บวกกับจังหวะเดียวกับแสงจากทางออกสาดส่องเข้ามา ปีศาจร้ายในตัวผมทำหน้าไม่พอใจ
"อือ..." จุนซูครางอึ้ออึงในลำคอ ปรือตาขึ้นช้าๆก่อนจะยื่นแขนขาบิดขี้เกียจ
"ตื่นแล้วเหรอนักร้องขี้เซา" ผมแหย่เบาๆแต่เขากลับส่งสายตาเขียวปั๊ดมาให้
"หนวกหู นายไม่นอนก็ไม่ต้องมาแขวะคนอื่นเค้าสิ"
"ชั้นไม่นอนก็เพราะนายนั่นแหละ"
"นายนี่ยังไงนะชางมิน ชั้นไปทำให้นายไม่นอนยังไงไม่ทราบ" เขาแหวกลับอย่างเร็ว ผมว่าเสียงของพวกเราดังจนอาจกวนใครเขาได้แล้วนะ
"ชั้นเห็นนายนอนทิ้งน้ำหนักใส่น้องเต็มตัว เป็นใครก็หลับไม่ลง" เป็นพี่ยูชอนที่เอ่ยขึ้น เขาว่าก่อนขยิบตาให้ผมทีนึง เจ้าตัวเล็กอ้าปากเหวอพูดไม่ออกขณะที่ผมเองก็เหวอไปเหมือนกันที่มีคนรับรู้ปฏิกิริยาของเราสองคน แล้วเรื่องก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีพี่ยูชอนจะเห็นด้วยหรือเปล่านะ?
"เชอะ ไม่มีใครเข้าข้างชั้นเลย อยู่คนเดียวก็ได้วะ" เสียงหวานบ่นอย่างไม่พอใจ เห็นใบหน้าของจุนซูมันทำให้ผมคลายวิตกไปได้ ผมกดยิ้มอย่างเอ็นดู เขาอายุมากผมก็จริงแต่ทำไมกลับดูเด็กกว่าผมนักนะ เพราะแบบนี้แหละครับที่ผมเรียกเขาว่าพี่ไม่ได้
หรือเพราะข้างในมันบอกว่าไม่ยากให้เขาเป็นแค่พี่ชายเสียเลยหรือเปล่านะ.....
เรากลับมาถึงที่พักในเวลาต่อมา และต่างคนต่างแยกย้ายทำภารกิจของตัวเองให้เสร็จเพื่อจะได้พักผ่อนเก็บแรงไว้ต่อวันพรุ่งนี้อีกวัน
"อ๊า สดชื่นจังแหะ" เสียงหวานดูมีความสุขดังอยู่ด้านหลังของผม ผมไม่ได้หันหน้ากลับแต่มองเขาจากเงาสะท้อนของกระจกหน้าต่าง
จุนซูอยู่ในชุดนอนตัวบาง เนื้อผ้าบางแห่งยังลู่น้ำอยู่เลยบ่งบอกว่าก่อนสวมเสื้อเขาไม่ได้เช็ดหยดน้ำพวกนั้นให้หมดไปก่อนนั้นเอง ขณะที่มือเล็กทั้งสองข้างยกขึ้นขยี้ผ้าขนหนูกับเส้นผมจนละอองน้ำกระจาย เห็นแล้วนึกถึงโลมาสะบัดครีบไม่มีผิด
ฟุ่บ!
ร่างเล็กกระแทกก้นนั่งข้างผมจนโซฟายุบไปตามน้ำหนัก ผมยังนั่งนิ่งไม่พูดไม่จาเหลือบมองจุนซูที่หันมาทำปากเบ้ก่อนจะแย่งรีโมตทีวีจากมือผมไปอย่างหน้าตาเฉย เขากดเลื่อนช่องแล้วช่องเล่าจนถึงช่องรายการที่อยากดูจึงหยุด
จะอยากดูอะไรอีก ก็ฟุตบอลอีกตามเคย...
"เสียมารยาทจัง" ผมพึมพำแย่งรีโมตคืนมาก่อนจะเลื่อนกลับไปช่องเดิม จุนซูทำท่าแยกเคี้ยวใส่ ย่นจมูกอย่างไม่พอใจ
"เอากลับมานะ เอามานี่นะชางมิน นายต่างหากที่เสียมารยาทก็ชั้นดูอยู่นะ" เขาโวยวายพยายามยื้อรีโมตกลับมาอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนกับเจ้าสิ่งนี้เป็นสมบัติล้ำค่าก็ไม่ปาน
"แต่ชั้นดูอยู่ตั้งนานก่อนนายจะมาซะอีก" ผมตอบกลับทันที จุนซูทำหน้ายู้ยี้มากกว่าเดิม คิ้วบางขมวดเป็นปมอย่างมุ่งมั่น ในขณะที่เบ้ปากเหมือนเด็กถูกแย่งของเล่น ยิ่งเห็นขอบตาปริ่มน้ำนั้นอีก
ผมอุตส่าห์คำนวณเวลาว่าต้องกลับมาทันรายการโปรดแน่นอน แต่...เฮ้อ ใจอ่อนจนได้แหละน่า ถ้าสู้อะไรกับคิมจุนซู ร้อยทั้งร้อยเชวกังชางมินต้องน็อทอ้าวท์ตั้งแต่ยกแรก เป็นแบบนี้ทุกทีสิน่าให้ตายเถอะ
ผมกดเลื่อนช่องกลับไปให้เขา ใบหน้าหวานก็เผยยิ้มอย่างได้ใจก่อนจะยื่นมายิ้มรื่นกว่าเดิมมาให้ผม เกินไปแล้วนะคิมจุนซู เกินไปแล้ว น่ารักเกินไปจริงๆ นายมาทำแบบนี้ขืนชั้นอดใจไม่ไหวอย่างมาโทษกัน!
"ขอบใจน้า ปริ๊นชิมมม" เด็กน้อยเอ่ยบอกก่อนจะหันกลับไปจ้องภาพเคลื่อนไหวตรงหน้าต่อ
เราสองคน ย้ำว่าสองคนนั่งดูบอลได้สักพัก ความจริงแล้วเรื่องบงบอลอะไรผมไม่สนใจหรอกความจริงคือผมอยากอยู่ใกล้จุนซูมากกว่า จู่ๆเสียงพี่ยุนโฮก็ดังมาจากด้านหลัง
"พวกนายสองคนน่ะ เข้านอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องต่ออีกวันนะ" ได้ยินแต่เสียงแต่กลับไม่เห็นตัวคงตะโกนอยู่ในห้องแหงๆ แต่ถึงอย่างนั้นถ้าเราก็ยังไม่กระดุดกระดิกทำตามคำพูดของลีดเดอร์ เราจะไม่ได้ยินแค่เสียงแต่จะมาตัวเป็นๆ และจะไม่มีตัวเปล่าหากจะมาพร้อมกับกำปั้นที่เตรียมสั่งสอนเด็กดื้ออย่างพวกเรา
สุดท้ายแล้วเป็นผมเองที่ปิดการทำงานของจอสี่เหลี่ยมตรงหน้าไป นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เจ้าลูกแมวหน้ามุ่ยบอกบุญไม่รับอีกจนได้
"เฮอะ ทั้งที่เป็นลีกสำคัญ" เขาว่า
"โธ่จุนซู อย่าเอาแต่ใจสิ" ผมเอ่ยพลางรั้งคนตัวเล็กเข้ามาใกล้ เขากัดริวผีปากหรี่ตาก่อนจะเผยยิ้มให้พริบตาแล้วล้มตัวลงนอนหนุนตักผม พระเจ้าครับผู้ชายคนนี้จะฆ่าผม!
"ปิดเสียงก็ได้ แล้วเราดูแต่ภาพแบบนี้พี่ยุนโฮไม่ได้ยินเสียงก็ไม่รู้หรอกว่าเราดูอยู่"
"จะเป็นแบบนั้นได้ที่ไหนกันเล่า"
"นะนะ น้าชางมินชางมิน นะ" ตากลมโตที่อยู่ปลายจมูกผมกระพริบถี่กำลังรอความหวัง เอาแต่ใจซะไม่มี แต่ไม่ได้ สมองผมสั่ง ผมใจอ่อนไม่ได้ พรุ่งนี้เรามีงานหนัก ถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอเราจะแสดงให้แฟนๆที่รอเราอยู่ไม่เต็มที่
ไม่ได้!!.....
ถึงอย่างนั้นก็ตามดูเหมือนสมองกับใจจะไม่สัมพันธ์กันเลย ยอมจนได้แหละน่า โอ้ยคิมจุนซู เด็กเอาแต่ใจ เด็กดื้อ เด็กขี้งอน เด็กขี้อ้อน ไอ่คนน่ารัก เอาให้หมดเลยนิสัยแย่ๆของนายเนี่ย ชางมินนายก็บ้าไปแล้วหรือไงไม่เคยจะใจแข็งได้สักครั้งเลยให้ตาย
"เย้! รักปริ๊นชิมที่สุดเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้หลังจบคอนเลี้ยงข้าวนะ" น่าระรื่นเชียวนะเจ้าโลมา นี่ตกลงที่เขาคิดว่าผมร่วมมือด้วยเพราะผมเห็นแก่กินใช่มั๊ยเนี่ย
"เฮ้อ~" ผมถอนหายใจหนักๆให้เขาได้ยิน คิดแล้วก็น้อยใจ เจ้าตัวเล็กหันมามองผมอย่างแปลกใจ
"ถอนหายใจทำไมอ่ะ" จะให้บอกเลยมั๊ยเพราะนายนั่นแหละ
"เปล่าหรอกครับ" ผมหลบสายตา ตายแล้วเผลอพูดครับออกไป พิรุธชัดๆยิ่งทำแบบนี้จุนซูก็ยิ่งสงสัย
"อะไร?" หน้าหวานไม่สนใจหน้าจอสี่เหลี่ยมตรงหน้าอีกต่อไป
"ป่าว" จุนซูลุกขึ้นยืน จ้องมองผมระคนหงุดหงิด
"น้อยไปเหรอ อยากกินอะไรอีกอ่ะ"
.....เอาเข้าไป
"นี่ถามหน่อย ตกลงชั้นเป็นแค่จอมเขมือบใช่มั๊ย ทำไมใครๆต้องเอาข้ออ้างเรื่องขอกินมาให้ชั้นนักล่ะ"
"อ่า อะไรกันปริ๊นชิม ก็นายนะชอบกินไม่ใช่เหรอ มันเหมาะกับนายนี่"
"แล้วทำไมต้องเป็นนาย"
"หา?? ก็นาย" เอางงไปชั่วครู่ก่อนจะพูดต่อ "ก็ชางมินกินเก่ง ชั้นคิดว่านายคงชอบ โดยเฉพาะของฟรีไม่ต้องออกตังค์เอง" ....คนละเรื่องกันแล้ว
"โธ่ คิมจุนซู นี่นายไม่เข้าใจอะไรเลยเหรอ"
"เข้าใจไร?"
"โอ้ย ตกลงคือชั้นเห็นแก่กินใช่มั๊ย ต้องของกินเท่านั้นถึงตอบแทนกันได้ใช่มั๊ย" ผมลุกขึ้นถามเขา พอผมลุกขึ้นจุนซูก็ต้องเหงยหน้ามองผมแทนที่จะก้มเหมือนก่อนหน้านี้ เขามองผมตาปริบๆ วินาทีนั้นถ้าไม่กลัวใครเห็นแล้วเข้าใจผิดว่าผมบ้าอ่ะนะ ผมจะทึ้งผมตัวเองออกมาเป็นกระจุกเลยคอยดู
"อ่า.... ไม่เอาของกินแล้วเอาไรอ่ะ ของเล่นดีมั๊ย! เออจริงสิโมเดลไอ้มดแดงรุ่นพรีเมี่ยมออกพรุ่งนี้พอดีเลย"
เอ่อ.....ถ้าผมให้จุนซูเข้าใจเอง คืนทั้งคืนก็ไม่ต้องนอนมันแล้ว
"ถ้าชั้นขอนายจะให้มั๊ยละ"
"ขอไรอ่ะ ไอ่มดแดงนะเหรอ ก็บอกว่าจะซื้อให้ไง"
"จูบ"
"ไอ้หย๋า" จุนซูอุทานเล็กน้อยเขามองผมตาข้างก่อจะถอยร่นจนหลังชิดผนัง หากทะลุได้คงทะลุไปแล้ว เขากลัวผมตามสัญชาตญาณ(?) ส่วนผมได้แต่เอามือเท้าสะเอวเลิกคิ้วเป็นเชิงถามย้ำคำพูดเมื่อครู่
"ว่าไง" ผมย้ำอีกที เขาส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย ฮึ่ม! จะทำน่ารักอีกนานมั๊ยครับเดี๋ยวพ่อจับกดตรงนี้ซะเลย
"เฮ้ยๆ ชางมินนายพูดจริงเหรอ"
"ยิ่งกว่าจริง"
"นายจะบ้าหรือไง ทำได้ที่ไหนกันเล่าชั้นเป็นผู้ชายนายก็เป็นผู้ชายนะ"
"แล้วไง"
"แล้วไงเหรอ ก็ไม่ได้นะสิฟ้าผ่าตายกันทั้งคู่ บ้าเหรอ" เสียงเราสองคนดังใช้ได้ หากพี่ๆในบ้านจะตื่นกันตอนนี้ก็ไม่แปลก
"เออบ้า" บ้ามากๆ เพราะใครกันเล่า
ผมไม่อยากพูดพร่ำทำเพลง เดี๋ยวจะเสียฤกษ์กันพอดี จะพูดว่าผมชั่วก็ได้แต่นะเพราะเจ้าตัวเล็กไม่หนีเองผมก็เดินเข้าใกล้เขาเรื่อยๆ
หน้าเราอยู่ใกล้กันแค่คืบ สัมผัสได้ถึงผมหายใจของกันและกันจุนซูหายใจแรงผมกลัวเหลือเกินว่าเขาจะสำหลักลมหายใจตัวเอง มันเป็นครั้งแรกที่ผมบ้าบิ่นได้ถึงขนาดนี้ ทั้งที่พยายามมาตลอดให้ข่มใจเอาไว้แต่วันนี้เห็นทีผมจะคลุมเจ้าปีศาจในใจไม่อยู่จริงๆ นานๆทีให้มันหลงระเริงบ้างจะเป็นไรไป มีเพียงคำถามในใจเท่านั้นที่ยังหวั่น
ถ้าจูบ พี่จะเกลียดผมมั๊ย ?.......ถ้าบอกว่ารัก พี่จะรับมันได้หรือเปล่า ?
ผมขอโทษ ผมทนไม่ไหวแล้วจริงๆ
คนน่ารักหลับตาปี๋เกร็งตัวแข็ง แม้ทำเหมือนจะยอมรับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดแต่เขาก็ยังกลัวจนผมรู้ได้ ผมยิ้มบางๆก่อนจะโน้มตัวเข้าหา แต่แล้ว
ปัง!
เสียงกระแทกของวัตุบางอย่างทำเอาผมผละออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เราสองคนหันไปทางเสียงก่อนจะสะดุ้งพร้อมกัน
"ชั้นบอกให้ไปนอน พวกนายไม่ฟังกันหรือไงฟระ!!!"
หน้าหดสลดกันตามระเบียบ ตัวพ่อเค้าโผงผางออกมาจากห้องคงเพราะเสียงพวกเราเถียงกัน ในเวลาได้จังหวะเจ้าตัวเล็กจึงลุกขึ้นวิ่งปรือเข้าไปในห้องตัวเองอย่างรวดเร็ว ผมถอนหายใจมองหน้าคุณพี่ชายที่เข้ามาขัดจังหวะตอนที่ผมจะ... โธ่ สาบานเถอะอีกนิดเดียวจริงๆ เชวกังชางมินคร่ำครวญในใจอย่างเสียดาย
เอื้อมมือปิดทีวีแล้วเดินไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างเซ็งๆ...เหอะ เวลาแบบนี้ไม่ได้มีหนเดียวหรอกนะ!
ในที่สุดคอนวันสุดท้ายก็จบลง เหล่าแฟนคลับทยอยกันลงจากฮอล แล้วก็ถึงคิวของพวกเราบ้าง ขณะที่เรากับสต๊าฟเดินอยู่นั่นเองจู่ๆจุนซูก็อุทานขึ้น
"เฮ้ย! ผมลืมของอ่ะ เดี๋ยวผมมานะ" เสียงหวานบอกทุกคนก่อนจะหันมามองผมเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง อย่างที่เป็นอยู่ทุกครั้งจุนซูคงจะขอให้ผมไปเป็นเพื่อนเขา แต่ครั้งนี้ผิดคาด
"ยูชอนไปเป็นเพื่อนชั้นหน่อยสิ"
"เอางั้นเหรอ" พี่ยูชอนหันมามองหน้าผมเหมือนจะถามว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ก่อนจะเดินตามหลังคนตัวเล็กไป คำถามจึงเป็นคนของคนที่เหลือ
"นายทะเลาะอะไรกับจุนซูหรือเปล่า ทำไมหมอนั้นมองนายแปลกๆ" พี่แจถาม
"จริงด้วย มีอะไรกันเหรอ ในคอนชั้นก็เห็นจุนซูเดินหลบนายตลอด" พี่ยุนโฮช่วยเสริม คุณพี่หมีครับผมจะไปมีอะไรได้ยังไง ก็เมื่อคืนคุณขัดซะก่อนน่ะ
"ผมก็ไม่รู้สิฮะ" ผมว่า เราเดินกันต่อจนถึงรถตู้
"ผมลืมของ พี่ๆไปกันก่อนนะฮะ เดี๋ยวผมหาทางกลับเอง" ผมว่าก่อนจะวิ่งกลับไป
"อ้าวเฮ้ยชางมินแกจะกลับยังไง" พี่ยุนโฮตะโกนถาม
"ผมมีทางครับ" ผมตะโกนบอกขณะเดียวกันที่วิ่งไปสายตาผมก็เห็นร่างใครบางคนเดินสวนกับผม เขาขยิบตาให้ผมแว่บนึงผมจึงพยักหน้าตอบขอบคุณ
ปาร์คยูชอนเดินมาที่รถตู้คนเดิม
"อ้าวยูชอน ทำไมแกกลับมาคนเดียวละ แล้วจุนซูไปไหน" แจจุงเอ่ยถาม
"อยู่กับชางมินน่ะพี่ ลุงครับออกรถเลย" เขานั่งก่อนจะเอ่ยบอกคนขับ
"แล้วสองคนนั่นจะกลับยังไง?" ยุนโฮเป็นฝ่ายตั้งคำถามบ้าง
"เดี๋ยวผมกลับไปเอารถมารับ พวกพี่สบายใจเถอะไม่มีอะไรให้ห่วงหรอก" หึหึหึ ปาร์คยูชอนหัวเราะในใจ
และแล้วรถตู้คันโตก็แล่นออกไปไกลจากฮอล์ .......
ในห้องแต่งตัวหลังเวที คนตัวเล็กกำลังค้นหาของบางอย่างอย่างเอาเป็นเอาตาย เหงื่อที่ไหลอาบตัวและห้องที่ร้อนโดนไม่เปิดแอร์นี่อีกยิ่งทำให้คั้นเนื้อคั้นตัวมากขึ้นอีก
"หานี่อยู่เหรอ" จุนซูหันไปมองตามเสียง เห็นคนตัวสูงที่สุดในวงถือสิ่งที่เขาตามหา โทรศัพท์มือถือเครื่องน้อยห้อยโตงเตงอยู่ในมือชางมิน ร่างสูงเดินมาใกล้ขณะที่จุนซูได้แต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตา มือถือถูกยื่นในเจ้าของ จุนซูเอื้อมมือรับมันมาอย่างลังเล
"เอ๊ะ!" เสียงหวานอุทานในวินาทีที่ถูกรั้งเข้าไปหาอีกฝ่าย ชางมินกอดร่างเขาเอาไว้แม้พยายามจะขยับหนีเท่าไหร่อ้อมแขนแกร่งก็ไม่มีท่าทางจะอ่อนแรงลง
"ขอโทษ" จุนซูนิ่ง เขาเงียบอย่างใช้ความคิดกับคำว่าขอโทษของชางมิน
"นะ นายมาขอโทษชั้นทำไม"
"ขอโทษ แต่...มันเปลี่ยนไม่ได้"
"อะไรเปลี่ยนไม่ได้"
"เปลี่ยนให้คิดเหมือนเดิมไม่ได้....ผมรักพี่นะครับพี่จุนซู เพราะฉะนั้นได้โปรดรักผมตอบด้วยเถอะ" จุนซูรู้สึกเหมือนอกถูกกดทับทั้งที่มันอยู่ในแนวดิ่งไม่ควรเป็นแบบนั้น รู้สึกถึงแรงบีบของหัวใจที่ห้องซ้ายขวาบีบเข้าหากันเป็นจังหวะจนปวด
"ชางมิน" จุนซูรับรู้ถึงแรงสั่นที่ไหล่อีกฝ่าย เด็กตัวสูงนี่ร้องเหรอเป็นไปไม่ได้ ชางมินน่ะเข้มเข็งกว่าเขาสิบเท่า
"ผมขอโทษครับที่ทำให้พี่ไม่สบายใจ พี่อาจจะเกลียดผมถ้ารู้ว่าผมรู้สึกยังไง ผมจึงต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้ พี่รู้มั๊ยมันเจ็บปวดมาก"
จุนซูกัดริมฝีปากล่างพลางคิดถึงหัวใจอีกฝ่าย นี่ชางมินชอบเรามาตลอดเลยงั้นเหรอ เขาต้องทนเก็บความรู้สึกไม่ให้เรารู้ ทั้งที่อยู่ใกล้กันทำอะไรด้วยกัน เห็นหน้ากันทุกวัน...โธ่ แล้วเราจะทำยังไงต่อดี
"ชั้นไม่ได้เกลียดนายหรอกนะชางมิน ไม่หรอก"
"จริงเหรอ" คนร่างสูงผละออกมองหน้าคนตัวเล็กด้วยรอยยิ้มยินดี จุนซูยิ้มแห้งๆพลางพยักหน้าตอบ
.....ไอ่บ้านี่มันไม่ได้ร้องนี่หว่า
"งั้นพี่รักผมได้มั๊ย"
"มะ มันไม่เร็วไปหน่อยหรอ"
"ไม่หรอก นายลองนึกดีๆบางทีนายอาจจะรักชั้นโดยไม่รู้ตัวก็ได้นะ" กลับมาตีเสมอกันอีกแล้ว เมื่อกี้ยังเป็นพี่น้องกันอยู่เลย
"อ่า......" ระว่างที่จุนซูกำลังคิดว่าจะตอบกลับหรือพูดอะไรต่อดี จู่ๆไฟในห้องที่สว่างไสวก็ดันพรึ่บลงทันที
"อ้าวเฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย"
"ชั้นว่าเค้าตัดไฟแน่เลยละ"
"รู้หรอกน่าว่าแต่นายอยู่ไหนน่ะชางมิน ชางมิน ฮึ่ย นายอย่าไปไกลจากชั้นสิ ฉันมองไม่เห็น ชั้นกลัวความมืดนะ นี่ได้ยินมั๊ยชางมิน"
แน่นอนว่าเสียงของจุนซูนั้นดังเกินกว่าที่ชางมินจะได้ยิน เพียงแค่ชางมินไม่ได้ตอบเพราะกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่....
เจ้าแกะน้อยอยู่กับเสือ คุณคิดว่าจะรอดมั๊ย ??
คำตอบก็ทนโท่ คือรอดแต่คงไม่เหลือ ถ้าไม่เข้าใจผมจะแสดงให้ดูนะตอนนี้ อิย่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ="= (หัวเราะตายยากยังแหะ)
ผ้าม่านผืนบางพลิ้วสะบัดเมื่อสายลมผ่านไหว ร่างเล็กเดินทอดขาท่ามกลางไฟสลัวอย่างหวั่นใจ แหมเหมือนในเอ็มวีมิโรติคเลยนะคับ
อืม....แล้วต่อจากนั้นในเอ็มวีว่าไงต่อนะ
"เอ๊ะ!" ใช่แล้วละครับ ก็ถูกกระชากลากดึงเข้าอีกห้องหนึ่งไง ในที่นี่ก็คือห้องอีกห้องในหลังเวทีนั้นเอง ด้วยน้ำมือใครนะเหรอ พ่อมดเชวกังชางมินคนนี้ไงละครับ
"ชู่ว..." ผมเอื้อมมือปิดปากเจ้าตัวเล็ก
หงับ!
อ๊ากกกก ผมโดนโลมากัดมือครับ หันคมชะมัดเลยจุนซู กลับไปต้องฉีดยาด้วยมั๊ยเนี่ย เดี๋ยวเหอะทำชางมินคนนี้เจ็บ เดี๋ยวได้เห็นดี!
"จะกัดทำไม ชั้นเอง" ผมบอก
"อ้าว นายเองเหรอแล้วทำไมต้องทำให้ตกใจเนี่ย" เพราะชั้นจะได้โดยนายกัดมั้ง ถามได้
"ก็นายเดินสะเปะสะปะ เกิดสะดุดของหกล้มขึ้นมาจนทำไง"
"เอ่อ นายห่วงชั้นเหรอ..ขอบใจนะ"
"ชั้นอยากให้นายตอบแทนเป็นอย่างอื่น"
"ไอ่นี่คิดแต่ของกินโว้ย เอ๊ะ ไม่ใช่สิ นาย...นายอยากให้ชั้นจูบเหรอ" คนตัวเล็กเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก เขารู้สึกถึงความร้อนที่ขึ้นทั่วหน้า ถ้าไฟสว่างมีหวังต้องหลบมุดที่ไหนสักแห่งหลบหน้าแดงๆนี่แน่เลย
"เปล่า"
"อ่าววว แล้วจะเอาไร"
"มาทำรักกันเถอะ"
"เฮ้ย! บะ บ้าเหรอชางมิน ที่แบบนี้ไม่เอาด้วยหรอก"
หือ...งั้นก็แปลว่าที่แบบอื่นน่ะยอมใช่มั๊ย
"จุนซูเชื่อมันว่าชั้นรักนาย"
"นายเคยบอกไปแล้วนี่"
"ก็แล้วเชื่อมั๊ยละ"
"ถ้าเมื่อก่อนคงไม่ แต่..."
"ไม่ว่าเมื่อไหร่ตอนไหนชั้นก็รักนาย รักชั้นเถอะนะ ชางมินคนนี้จะไม่ทำให้นายเสียใจขอสัญญา" จุนซูเงียบไปครู่นึง
"อะ อื้ม"
"อะอื้มอะไร ชัดๆสิ"
"รักก็ได้"
"งั้นเป็นของชั้นนะ"
"ดะ เดี๋ยวสิชางมิน"
เดี๋ยวได้ที่ไหนกันเล่า เข้าถ้ำเสือแล้วออกไม่ได้หรอกนะจุนซู
ย้อนความ.....
"พี่ยูชอนพี่ต้องช่วยผมนะ ถ้าพี่ไม่ช่วยนะก็ ผมน่ะคงอกแตกตายแน่เลย"
"ของตอบแทนต้องสาสมหน่อยนะโว้ย"
"ผมเลี้ยงเหล้าพี่ทั้งอาทิตย์เลยเอ้า"
"แน่ใจนะชางมิน พูดแล้วอย่าคืนคำ"
"ครับนี่นอน แต่ว่าพี่ต้องทำตามที่ผมบอกนะ"
"ว่ามา"
"หลังเสร็จคอนนะ ถ้าพี่จุนซูชวนพี่กลับไปเอาของพี่ต้องทำเป็นไปกับเขาแล้วสองนาทีผมจะตามไป จากนั้นพี่ค่อยกลับไปที่บ้าน แล้วขับรถมารับพวกเรา"
"แล้วพวกนายจะทำไรกันเหรอ เกิดอะไรขึ้น?"
"พี่ก็ทำตามที่ผมบอกเถอะ พี่มารอไม่นานเดี๋ยวพวกเราก็กลับกันออกมาแล้ว พี่รอในรถนะไม่ต้องเข้าไปตามเราข้างใน เดี๋ยวผมเราก็ออกมาเอง"
"เอางั้นเหรอ"
"เออพี่ อย่าทำสงสัยน่า ไม่เอาเหรอเหล้าพรีน่ะ"
"เออได้ๆ อย่านานนะโว้ย"
"ครับบบบบ"
ภายนอกฮอล์อันแสนหนาวเหน็บแต่ยังดีที่มีแสงสว่างพอรำไรของแสงไฟทางถนน สปอร์ตคันหรูจอดนิ่งอยู่ข้างฟุตบาท มันจอดนิ่งรวมเวลาแล้วก็เกือบชั่วโมงครึ่ง
"มันหลับกันในนั้นหรือยังไงกันวะ บอกไม่นานๆ กรูมารอจะสองชั่วโมงแล้วนะโว้ย ปาร์คไม่ปลื้ม จบ!"
THE END

